Netflix เผยใช้ AI สร้างซีรีส์กว่า 300 เรื่อง ชูเป็นผู้ช่วย ไม่แย่งงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
Netflix เผยใช้ AI สร้างซีรีส์กว่า 300 เรื่อง ชูเป็นผู้ช่วย ไม่แย่งงาน

วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยระบุว่าในปี 2026 นี้ บริษัทได้ใช้เวิร์กโฟลว์ของ Generative AI ในการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ไปแล้วถึงราวๆ 300 เรื่อง 

สรุปข่าว

Netflix นำ Generative AI มาเป็นผู้ช่วยในขั้นตอน Post-production สำหรับผลิตซีรีส์และภาพยนตร์กว่า 300 เรื่องตลอดช่วงปี 2026 เพื่อลดต้นทุนและทะลายข้อจำกัดด้านงบประมาณ ผู้บริหารย้ำชัดว่าเทคโนโลยีนี้คือเครื่องมือขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้งานเดินหน้าได้เร็วขึ้น แต่ผลงานขั้นสุดท้ายยังคงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนจากมนุษย์เช่นเดิม

วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยระบุว่าในปี 2026 นี้ บริษัทได้ใช้เวิร์กโฟลว์ของ Generative AI ในการผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ไปแล้วถึงราวๆ 300 เรื่อง 

Netflix เปิดเผยข้อมูลสำคัญ

ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นและรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดย Netflix ระบุว่าการใช้ AI ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ (Post-production) ทางบริษัทได้ยกตัวอย่างโปรเจกต์ที่มีการใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์ฉากที่มีความซับซ้อนสูง เช่น ซีรีส์ระทึกขวัญ Glory จากอินเดีย, ลิมิเต็ดซีรีส์สารคดีฟุตบอล Brasil 70: A Saga do Tri จากบราซิล และ The American Experiment จากสหรัฐอเมริกา

เท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ซีอีโอร่วมของ Netflix ได้อธิบายถึงบทบาทของเทคโนโลยีนี้ว่า AI ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ลดต้นทุน และทำให้ผู้สร้างสามารถทำในสิ่งที่แต่เดิมเป็นไปไม่ได้ในหลายๆ กรณี ทีมผลิตอาจต้องตัดฉากสำคัญๆ ทิ้งไปเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถทำได้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด แต่ฉากเหล่านั้นกลับถูกรักษาไว้ได้ด้วยการเข้าถึงเครื่องมือ Generative AI 

นอกจากในส่วนของภาพและวิชวลเอฟเฟกต์ (VFX) แล้ว A.K. Pradeep ซีอีโอของสตาร์ตอัป SensoriAI ยังระบุด้วยว่า AI สามารถเข้ามาช่วยทำงานเบื้องหลังทางเทคนิคที่สำคัญแต่ไม่ได้ดูน่าตื่นเต้น (Unsexy) เช่น การช่วยผู้กำกับตัดสินใจเรื่องมุมกล้อง จุดโฟกัสภาพ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเรตติ้งว่าอะไรเวิร์กหรือไม่เวิร์ก ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของซีรีส์ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความกังวลของคนในวงการฮอลลีวูดที่เคยนำไปสู่การประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ในปี 2023 Netflix ได้เน้นย้ำจุดยืนว่า AI ถูกนำมาใช้ในฐานะผู้ช่วยสร้างสรรค์ (Creative assist) มากกว่าจะเป็นเครื่องมือเพื่อมาแทนที่คนทำงาน แม้ AI จะทำงานได้เร็วกว่าศิลปิน VFX หรือนักแอนิเมชัน แต่ผลงานสุดท้ายก็ยังคงต้องอาศัยสัมผัสจากมนุษย์ (Human touch) ในการปรับแต่งให้เข้ากับบริบทของภาพยนตร์หรือซีรีส์ทั้งเรื่องอยู่ดี

ความพยายามของ Netflix ในการขยายการใช้งาน AI ยังเห็นได้ชัดจากการจัดตั้งสตูดิโอใหม่ๆ สำหรับทำแอนิเมชันสั้น และการเข้าซื้อกิจการ InterPositive ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่ก่อตั้งโดยนักแสดงหนุ่ม เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อนำเครื่องมือ AI ไปสนับสนุนการทำงานของผู้สร้างภาพยนตร์ในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย 

ที่มาข้อมูล : Nexflix

ที่มารูปภาพ : Cotonbro studio

แท็กบทความ