BYD เปิดตัว Denza Z ซูเปอร์คาร์ EV 1,600 แรงม้า 0-100 ใน 1.96 วินาที ถูกกว่า Porsche 911 Turbo S เกิน 4 เท่า แต่แรงกว่าด้วย

Share on Line Share on Facebook Share on X
BYD เปิดตัว Denza Z ซูเปอร์คาร์ EV 1,600 แรงม้า 0-100 ใน 1.96 วินาที ถูกกว่า Porsche 911 Turbo S เกิน 4 เท่า แต่แรงกว่าด้วย

บีวายดี (BYD) ประกาศเปิดตัว เดนซ่า แซด (Denza Z) ที่นิยามให้เป็นซูเปอร์คาร์อัจฉริยะคันแรกของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ท้าชนกับค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจากยุโรปอย่าง Porsche, BMW และ Mercedes-Benz ด้วยการชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และขุมพลังขับเคลื่อนที่เหนือกว่า Porsche 911 Turbo S ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า 


สรุปข่าว

BYD เปิดตัวซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า "Denza Z" ชูสเปกมอเตอร์ 3 ตัว พละกำลัง 1,582 แรงม้า ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ใน 1.96 วินาที เร็วกว่า Porsche 911 Turbo S พร้อมเทคโนโลยีช่วงล่างอัจฉริยะ Disus-M และสถาปัตยกรรมชาร์จเร็ว 800V เตรียมรุกตลาดอังกฤษและจีนด้วยราคาเริ่มต้นราว 3.32 ล้านบาท

บีวายดี (BYD) ประกาศเปิดตัว เดนซ่า แซด (Denza Z) ที่นิยามให้เป็นซูเปอร์คาร์อัจฉริยะคันแรกของโลก ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ท้าชนกับค่ายรถยนต์สมรรถนะสูงจากยุโรปอย่าง Porsche, BMW และ Mercedes-Benz ด้วยการชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และขุมพลังขับเคลื่อนที่เหนือกว่า Porsche 911 Turbo S ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า 


สเปก BYD Denza Z ที่เน้นท้าชนรถซูเปอร์คาร์ยุโรป

Denza Z ถือเป็นยานยนต์รุ่นแรกที่ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม e3 ของ BYD ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแรกในประเทศจีนที่ใช้ระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้า (Steer-by-wire) ที่พัฒนาขึ้นเองภายในบริษัททั้งหมด เพื่อยกระดับการควบคุมเสถียรภาพและประสิทธิภาพการขับขี่ให้แม่นยำสูงสุด

ตัวรถขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (ติดตั้งด้านหน้า 1 ตัว และด้านหลัง 2 ตัว) รีดพละกำลังรวมสูงสุดได้ถึง 1,604 แรงม้า (PS) ซึ่งสูงกว่าซูเปอร์คาร์ระดับเรือธงในตลาดอย่าง Mercedes-AMG GT Coupe GT63 1,153 แรงม้า (hp) ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเช่นกัน และยังถูกเปรียบเทียบกับ Porsche 911 Turbo S รถยนต์สันดาปที่มีพละกำลัง 701 แรงม้า อีกด้วย

โดยในรุ่นย่อย Racing เมื่อใช้ยางรถแบบกึ่งสลิก (Semi-slick tires) สำหรับในสนามแข่ง จะสามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 1.96 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 349 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่รุ่น Coupe และ Spider ทำอัตราเร่งได้ในเวลา 2.25 วินาที และ 2.30 วินาที ตามลำดับ (เปรียบเทียบกับ Porsche 911 Turbo S ที่ใช้เวลา 2.5 วินาที)


นวัตกรรมแบตเตอรี่ ช่วงล่าง และห้องโดยสาร BYD Denza Z

Denza Z ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับชุดแบตเตอรี่ BYD Blade Battery 2.0 บนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ (800V Architecture) ขนาดความจุ 76 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ให้ระยะทางขับขี่สูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ที่ 410 กิโลเมตร สำหรับรุ่น Coupe, 400 กิโลเมตร สำหรับรุ่น Spider และ 380 กิโลเมตร สำหรับรุ่น Racing  รองรับระบบชาร์จความเร็วสูงพิเศษ Flash Charging ที่สามารถเติมประจุไฟฟ้าจาก 10% ถึง 70% ได้ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที

ด้านระบบกันสะเทือน ตัวรถใช้เทคโนโลยี Disus-M ซึ่งเป็นช่วงล่างอัจฉริยะแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetorheological) ที่สามารถดูดซับแรงกระแทก กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้ ในมิติขนาดตัวถัง รถมีความยาว 4,780 มิลลิเมตร กว้าง 1,990 มิลลิเมตร สูง 1,350 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,780 มิลลิเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Porsche 911 เล็กน้อย และใกล้เคียงกับ Mercedes-AMG GT Coupe

ภายในห้องโดยสารได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการดิจิทัลขั้นสูง ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 8.8 นิ้ว และหน้าจอกลางระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 12.8 นิ้วที่ติดตั้งระบบ Google มาในตัว พร้อมระบบเครื่องเสียงระดับโรงภาพยนตร์ (Theater-grade) จำนวน 12 ลำโพงในรุ่น Coupe และ Racing (10 ลำโพงสำหรับรุ่น Spider)


ภาพรวมตลาดและราคา BYD Denza Z

BYD ได้เปิดรับพรีออเดอร์ Denza Z ในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบรถยนต์ในช่วงปลายปี 2026 นี้ พร้อมเปิดราคาเริ่มต้นที่ 680,000 หยวน หรือประมาณ 3,360,000 บาท สำหรับรุ่น Coupe, 780,000 หยวน (3.85 ล้านบาท) สำหรับรุ่น Spider และ 1.18 ล้านหยวน หรือประมาณ 5,830,000 บาท สำหรับรุ่น Racing

ขณะที่ตลาดยุโรปจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) นี้ ซึ่งโครงสร้างราคาสูงกว่า โดยเริ่มต้นที่ 142,900 ปอนด์ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาท สำหรับรุ่น Coupe, 159,900 ปอนด์ หรือประมาณ 7.16 ล้านบาท สำหรับรุ่น Spider และ 172,900 ปอนด์ หรือ 7.7 ล้านบาท สำหรับรุ่น Racing

ทั้งนี้ Porsche 911 Turbo S ในจีนมีราคาเริ่มต้นที่ 2,728,000 หยวน หรือประมาณ 13.5 ล้านบาท สำหรับรุ่นคูเป้ (Coupé) และ 2,878,000 หยวน หรือประมาณ 14.2 ล้านบาท สำหรับรุ่นคาร์บริโอเลต์ (Cabriolet) ไม่รวมการปรับแต่งรถเพิ่มเติม 

ที่มาข้อมูล : BYD, Electrek

ที่มารูปภาพ : BYD