นาวิกโยธินสหรัฐฯ ทุ่ม 19 ล้านดอลลาร์ คว้าหุ่นยนต์ Overland AI ลุยสมรภูมิแนวหน้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
นาวิกโยธินสหรัฐฯ ทุ่ม 19 ล้านดอลลาร์ คว้าหุ่นยนต์ Overland AI ลุยสมรภูมิแนวหน้า

กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ (U.S. Marine Corps) ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่า 19.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับบริษัท Overland AI เพื่อจัดหายานพาหนะภาคพื้นดินอัตโนมัติสำหรับสนับสนุนปฏิบัติการในแนวหน้า ข้อตกลงนี้นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติภาคพื้นดินได้รับเลือกเป็นผู้รับเหมาหลัก (Prime contractor) สำหรับสัญญาการผลิตในลักษณะนี้

สรุปข่าว

นาวิกโยธินสหรัฐฯ เซ็นสัญญา 19.7 ล้านดอลลาร์ ซื้อยานยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับจาก Overland AI นำร่องภารกิจส่งกำลังบำรุงและต่อต้านโดรนแนวหน้า เพื่อลดความเสี่ยงและการสูญเสียชีวิตของทหาร ถอดบทเรียนตรงจากความขัดแย้งยุคใหม่ในสมรภูมิยูเครน

กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ (U.S. Marine Corps) ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่า 19.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับบริษัท Overland AI เพื่อจัดหายานพาหนะภาคพื้นดินอัตโนมัติสำหรับสนับสนุนปฏิบัติการในแนวหน้า ข้อตกลงนี้นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติภาคพื้นดินได้รับเลือกเป็นผู้รับเหมาหลัก (Prime contractor) สำหรับสัญญาการผลิตในลักษณะนี้

ยานยนต์จาก Overland AI


สำหรับบริษัท Overland AI ตั้งอยู่ในเมืองซีแอตเทิล ต้องทำการส่งมอบยานยนต์จำนวนมากกว่า 12 คัน ภายในช่วงต้นปี 2027 หรือในอีกประมาณ 9 เดือนข้างหน้า ภายใต้ข้อตกลง Other Transaction Authority (OTA) ซึ่งได้รับผ่านโครงการ APFIT (Accelerate the Procurement and Fielding of Innovative Technologies) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนรถยนต์ที่แน่ชัด หรือข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคเชิงลึก เช่น ความจุของน้ำหนักบรรทุกและประเภทของยานพาหนะ

จุดเด่นสำคัญของยานยนต์จาก Overland AI คือ การทำงานที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง แตกต่างจากยานยนต์ไร้คนขับแบบดั้งเดิมที่ยังต้องพึ่งพาผู้ควบคุมระยะไกลเป็นหลัก

โดยใช้ระบบนำทางและตัดสินใจอัตโนมัติ ผู้ใช้งานเพียงแค่กำหนดจุดหมายปลายทาง ซอฟต์แวร์บนยานพาหนะจะทำหน้าที่วางแผนเส้นทาง อ่านสภาพภูมิประเทศ และควบคุมการขับขี่โดยอิสระ โดยไม่ต้องใช้มนุษย์ควบคุมตลอดเวลา แต่ยังคงสามารถสลับไปใช้ระบบควบคุมระยะไกล (Remote control) ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

ตัวยานพาหนะถูกออกแบบมาให้บูรณาการเข้ากับแพลตฟอร์มที่มีอยู่เดิมของกองทัพนาวิกโยธินได้อย่างง่ายดาย เช่น ยานยนต์เกราะเบาทางยุทธวิธีร่วม (JLTV)

ยานพาหนะเหล่านี้จะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับ โครงการระบบป้องกันภัยทางอากาศ (MADIS) ของกองทัพนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การต่อต้านโดรน โดยมีภารกิจหลักในระยะแรกมุ่งเน้นไปที่ ภารกิจการส่งกำลังบำรุง (Resupply missions) เป็นหลัก เพื่อให้หุ่นยนต์ทำหน้าที่ลำเลียงอุปกรณ์และเสบียงแทน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและการสูญเสียของทหารนาวิกโยธิน

และภารกิจในอนาคต เช่น การข่าวกรอง (Intelligence), การเฝ้าระวัง (Surveillance) และภารกิจการเจาะทะลวงแนวป้องกัน (Breaching missions) ความต้องการด้านยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติภาคพื้นดินของกองทัพสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการถอดบทเรียนในความขัดแย้งระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะสงครามในยูเครน  

ก่อนหน้านี้ บริษัท Overland AI ได้พิสูจน์ความสามารถด้วยการนำซอฟต์แวร์อัตโนมัติไปสาธิตการใช้งานจริงบนรถต้นแบบ ROGUE Fires ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวได้ช่วยยืนยันประสิทธิภาพของเทคโนโลยี จนนำมาสู่สัญญาการผลิตเต็มรูปแบบเพื่อเร่งนำระบบหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพ 

ที่มาข้อมูล : interestingengineering, Overland AI

ที่มารูปภาพ : interestingengineering, Overland AI

แท็กบทความ

Overland AI
APFIT
MADIS
TNN TechAI