
ข้อมูลล่าสุดจากยานสำรวจ Perseverance ของนาซาได้เผยให้เห็นการค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับการตามหาความมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยยานได้ตรวจพบคาร์บอนที่มีความซับซ้อน (Complex Carbon) หรือสารคาร์บอนระดับโมเลกุลขนาดใหญ่ (Macromolecular carbon) ในหินโคลน (Mudstones) สองก้อนบริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโรซึ่งการตรวจพบสารอินทรีย์หลายร้อยครั้งในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาในบริเวณดังกล่าว
สรุปข่าว
ข้อมูลล่าสุดจากยานสำรวจ Perseverance ของนาซาได้เผยให้เห็นการค้นพบที่สำคัญเกี่ยวกับการตามหาความมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยยานได้ตรวจพบคาร์บอนที่มีความซับซ้อน (Complex Carbon) หรือสารคาร์บอนระดับโมเลกุลขนาดใหญ่ (Macromolecular carbon) ในหินโคลน (Mudstones) สองก้อนบริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโรซึ่งการตรวจพบสารอินทรีย์หลายร้อยครั้งในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาในบริเวณดังกล่าว
เนื่องจากคาร์บอนเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก การค้นพบในบริเวณที่เป็นหินเก่าแก่บนดาวอังคารจึงทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าสารนี้อาจเป็นหลักฐานทางอินทรีย์ที่หลงเหลืออยู่ของจุลินทรีย์โบราณ
วิธีการวิจัยตรวจสอบคาร์บอน
ในการวิจัยนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญได้ใช้อุปกรณ์สเปกโตรมิเตอร์ที่ชื่อว่า SHERLOC (Scanning Habitable Environments with Raman and Luminescence for Organics and Chemicals) ซึ่งใช้เลเซอร์ในการระบุองค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุ เพื่อทำแผนที่การกระจายตัวของสารอินทรีย์ภายในหินโคลน
จุดที่ค้นพบนี้อยู่ในพื้นที่โขดหินที่เรียกว่า "Bright Angel" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณขอบหุบเขาแม่น้ำโบราณ Neretva Vallis การค้นพบครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบสารคาร์บอนโมเลกุลใหญ่ในหินโคลนนอกพื้นที่แอ่งอุกกาบาตเกล (Gale) ซึ่งบ่งชี้ว่าสารอินทรีย์อาจมีกระจายอยู่ทั่วไปบนดาวอังคารเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
โดยจากการตรวจสอบพบว่าหินโคลนทั้งสองมีความแตกต่างกันทางองค์ประกอบเคมีเล็กน้อย
1. หินก้อนแรกมีคาร์บอนผสมอยู่กับแร่ซิลิเกตเป็นหลัก
2. หินก้อนที่สองมีคาร์บอนผสมกับแร่คาร์บอเนตและซัลเฟตทุติยภูมิ
สิ่งที่น่าสนใจ คือ คาร์บอนที่พบในหินทั้งสองก้อนนั้นอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่าตัวหินอาจมีความสามารถในการต้านทานต่อรังสีและปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดี หรือมิฉะนั้น หินเหล่านี้ก็อาจจะเพิ่งถูกเปิดผิวด้านในออกมาสัมผัสกับสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารเมื่อไม่นานมานี้
ความเชื่อมโยงกับร่องรอยทางชีวภาพ
บริเวณที่พบหินโคลนเหล่านี้เป็นจุดเดียวกับที่ยาน Perseverance เคยค้นพบหินชื่อ "Cheyava Falls" เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหินก้อนนั้นมีลวดลายจุดคล้ายเสือดาว (Leopard spots) ที่อาจเกิดจากกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต และได้รับการยอมรับว่าเป็นหลักฐานที่แสดงถึงร่องรอยทางชีวภาพ (Biosignature) ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในขณะนี้ การค้นพบคาร์บอนซับซ้อนในพื้นที่เดียวกันจึงช่วยเสริมน้ำหนักให้กับข้อมูลชุดเดิมได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าร่องรอยการทำปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่พบในหินโคลนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับร่องรอยที่เกิดจากจุลินทรีย์ในชั้นตะกอนบนโลก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดว่าสิ่งนี้เกิดจากสิ่งมีชีวิต
โดยสารคาร์บอนอาจเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ไม่มีชีวิต (Abiotic) ได้หลายทาง เช่น อาจมาจากอุกกาบาตที่ตกลงมาบนพื้นผิว หรือเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาแบบน้ำพุร้อน (Hydrothermal) และอุปกรณ์บนยาน Perseverance นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อฟันธงแยกระหว่างกระบวนการสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตอย่างเด็ดขาด แต่มีหน้าที่หลักในการระบุและเก็บตัวอย่างหินที่น่าสนใจ เพื่อเตรียมส่งกลับมาตรวจสอบด้วยเครื่องมือขั้นสูงบนโลกในภารกิจอนาคต
สำหรับรายละเอียดของการค้นพบทั้งหมดนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ Science Advances เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา
- NGO จับตาแผนทิ้ง ISS กลางทะเลสากลของ NASA จี้ใช้ UNCLOS เป็นกรอบรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมด้วย
- นาซาเตรียมภารกิจ Swift Boost กู้วงโคจรกล้อง Swift ก่อนร่วงสู่โลก
- NASA ส่งลูกฟุตบอลโลก 2026 “Trionda” ทดสอบในอวกาศ ศึกษาฟิสิกส์การเคลื่อนที่บน ISS
- NASA เปิดสนามแข่งยานสำรวจดวงจันทร์ ปั้นวิศวกรอวกาศรุ่นใหม่
- NASA สั่งนักบินอวกาศหลบภัยใน SpaceX Dragon หลัง ISS รั่ว ก่อนยกเลิกคำสั่งและกลับมาทำงานตามปกติ
ที่มาข้อมูล : Space, NASA, JPL, Science Advances
ที่มารูปภาพ : Space, NASA, JPL, Science Advances
