เชื้อเพลิงเครื่องบิน (SAF) จากมูลวัว 100% ครั้งแรกของโลกโดยอเมริกา ครบวงจรการผลิตตั้งแต่เป็นมูลจนเป็นเชื้อเพลิง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เชื้อเพลิงเครื่องบิน (SAF) จากมูลวัว 100% ครั้งแรกของโลกโดยอเมริกา ครบวงจรการผลิตตั้งแต่เป็นมูลจนเป็นเชื้อเพลิง

เซอร์คูลาริตี ฟูเอลส์ (Circularity Fuels) สตาร์ตอัปจากแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการดึง "ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์การเกษตร" มาผ่านกระบวนการแปลงสภาพแบบครบวงจร (End-to-end) จนได้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ASTM เป็นครั้งแรกของโลก หวังเติมเต็มความต้องการ SAF ที่ผลิตได้เพียง 1% จากความต้องการทั่วโลกในปัจจุบัน

สรุปข่าว

Circularity Fuels สตาร์ตอัปอเมริกา โชว์วิศวกรรมเตาปฏิกรณ์สำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพ ดึงก๊าซจากบ่อหมักมูลวัวแปลงเป็น "น้ำมันเจ็ต SAF" แบบครบวงจรได้สำเร็จรายแรกของโลก ชูต้นทุนสร้างโรงงานถูกกว่ายุโรป 5 เท่า พร้อมท้าชนราคาน้ำมันฟอสซิลในอนาคต

เซอร์คูลาริตี ฟูเอลส์ (Circularity Fuels) สตาร์ตอัปจากแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จในการดึง "ก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์การเกษตร" มาผ่านกระบวนการแปลงสภาพแบบครบวงจร (End-to-end) จนได้เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ASTM เป็นครั้งแรกของโลก หวังเติมเต็มความต้องการ SAF ที่ผลิตได้เพียง 1% จากความต้องการทั่วโลกในปัจจุบัน

ข้อแตกต่าง SAF จากมูลวัว เทียบกับตลาด SAF ปัจจุบัน

ปัญหาหลักของเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ในปัจจุบัน คือการพึ่งพาน้ำมันพืชใช้แล้วที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณ (Supply) สำหรับป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิต 

อย่างไรก็ตาม ระบบของ Circularity Fuels เลือกสร้างวงจรการผลิต SAF โดยเริ่มจากฟาร์มโคนมที่มีวัวมากกว่า 5,000 ตัวในเมืองมาเดรา (Madera) รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยดึงก๊าซชีวภาพดิบจากบ่อหมักมูลสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการบำบัด (มีเทน 65% และคาร์บอนไดออกไซด์ 35%) มาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงได้โดยตรงในไซต์งาน

กระบวนการผลิต SAF จากมูลวัวครบวงจร

Circularity Fuels ชูจุดเด่นระบบที่เรียกว่า "เตาปฏิกรณ์คู่แบบโมดูลาร์" ที่ออกแบบมาเพื่อการผลิตแบบต่อเนื่อง โดยมีส่วนประกอบหลัก 2 ระบบย่อย ได้แก่

  • เตาปฏิกรณ์ไฟฟ้า Bi-reforming ทำหน้าที่แปลงสภาพก๊าซดิบให้กลายเป็นก๊าซสังเคราะห์ (Synthesis gas) มีอัตราการแปลงมีเทนที่ 98% และแปลงคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกิน 90%

  • เตาปฏิกรณ์ Fischer-Tropsch ขนาดเล็ก รับช่วงต่อในการสังเคราะห์ก๊าซให้กลายเป็นไฮโดรคาร์บอนเหลว จนได้เป็นน้ำมันเจ็ตสำเร็จรูปที่สามารถนำไปผสมกับน้ำมันเครื่องบินพาณิชย์ (Jet-A) แบบดั้งเดิมในสัดส่วนสูงสุดถึง 50%

SAF ชนราคาน้ำมันฟอสซิล 

กระบวนการผลิต SAF จากมูลวัวของ Circularity Fuels มีจุดเด่นหลักที่ความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากการเดินเครื่องผลิต SAF อย่างต่อเนื่องต้องเผชิญปัญหาการบำรุงรักษา และการทำความสะอาดภายในที่มีต้นทุนพลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบำบัดก๊าซของบริษัทต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ 

ทั้งนี้ หลังจากที่ผ่านการทดสอบภาคสนามนาน 6 เดือน บริษัทประเมินว่าการติดตั้งระบบผลิต SAF เชิงพาณิชย์จะใช้เงินลงทุนต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.3 ล้านบาท) ต่อกำลังการผลิต 1 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเคลมว่าตัวเลขดังกล่าวมีราคาถูกกว่าโรงงาน SAF ลักษณะเดียวกันที่กำลังก่อสร้างในทวีปยุโรปถึง 5 เท่า และใกล้เคียงกับน้ำมันฟอสซิล Jet-A ในปัจจุบัน

ตลาดเชื้อเพลิง SAF จากมูลวัว 

นอกจากความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ผลการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิต (Life-cycle analysis) ภายในของบริษัท ยังระบุว่า SAF ที่ได้สามารถทำคะแนนความเข้มข้นทางคาร์บอนได้ถึง -350.7 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเมกะจูล ภายใต้กรอบข้อบังคับของรัฐบาลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผลมาจากการดักจับก๊าซมีเทนจากบ่อหมักไม่ให้หลุดรอดสู่บรรยากาศแต่แรก 

หรือในอีกแง่หนึ่ง SAF ของบริษัทจะมีศักยภาพในฐานะสินค้าที่มี “คาร์บอนเป็นลบ” ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตได้ทั้งในแง่ต้นทุนการผลิตที่แข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลดั้งเดิม รวมถึงข้อได้เปรียบจากมาตรการส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ทั้งนี้ Circularity Fuels วางแผนเตรียมเดินหน้าก่อสร้างโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรกภายในปี 2027 โดยมุ่งเป้าไปที่พื้นที่ฟาร์มโคนมและเขตเกษตรกรรมทั่วสหรัฐอเมริกา และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดเข้าสู่ยุโรปและละตินอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในปลายทศวรรษ 2030 ต่อไป

ที่มาข้อมูล : Interesting Engineering, Circularity Fuels

ที่มารูปภาพ : Circularity Fuels, Pexels

แท็กบทความ