มาตรการค่าโดยสารร่วม! เตรียมพร้อมเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสายสูงสุดไม่เกิน 45 บาท

ร่วมขับเคลื่อนมาตรการค่าโดยสารร่วม ลดภาระค่าครองชีพประชาชน
วันที่ (17 ก.ย. 69) กรมการขนส่งทางราง จัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ตามนโยบายรัฐบาล โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
โดยสาระสำคัญของมาตรการกำหนด อัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สรุปข่าว
ร่วมขับเคลื่อนมาตรการค่าโดยสารร่วม ลดภาระค่าครองชีพประชาชน
วันที่ (17 ก.ย. 69) กรมการขนส่งทางราง จัดการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ตามนโยบายรัฐบาล โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล
อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
โดยสาระสำคัญของมาตรการกำหนด อัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เป้าหมายเริ่มให้บริการ 1 มกราคม 2570
ที่ประชุมได้พิจารณาการเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นสื่อหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม พร้อมเร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 มกราคม 2570
การคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง
ในด้านการคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับกรมการขนส่งทางราง ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง ได้ดำเนินการประสานและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านระบบจัดเก็บค่าโดยสาร อุปกรณ์รองรับ EMV Contactless และเงื่อนไขทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและผลักดันให้การดำเนินมาตรการเป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางจะยังคงทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประสานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าและการใช้ค่าโดยสารร่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของผู้โดยสาร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งทางรางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก เป็นธรรม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มาข้อมูล : กรมการขนส่งทางราง
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
