
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นอีกขั้นตอนสำคัญของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลประจำปี หลังบัญชีตำแหน่งว่าง 163 ตำแหน่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ก่อนมาถึงขั้นตอนดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม โดยกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติการทำงาน ลำดับอาวุโส และความเหมาะสมดำเนินต่อเนื่องประมาณ 19 ชั่วโมง และมีรายงานว่าเสร็จสิ้นราว 05.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม
การแต่งตั้งรอบนี้ครอบคลุมตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปจนถึงผู้บังคับการ โดยมีตำแหน่งว่างระดับรอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง ผบช. 19 ตำแหน่ง รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง และ ผบก. 94 ตำแหน่ง รวม 163 ตำแหน่ง
หน่วยหลักหลายแห่งเดินหน้าด้วยผู้บัญชาการชุดเดิม
ภาพการจัดกำลังระดับผู้บัญชาการครั้งนี้ มีทั้งการรักษาความต่อเนื่องของหน่วยงานเดิมและการส่งนายตำรวจไปทำหน้าที่ในภารกิจใหม่
หน่วยงานหลักที่มีรายงานว่ายังใช้ผู้บัญชาการคนเดิม ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม เป็น ผบช.น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย เป็น ผบช.ก. และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ เป็น ผบช.ตชด.
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองบัญชาการตำรวจสันติบาลและตำรวจภูธรภาค 9 จะยังคงผู้บัญชาการคนเดิมเช่นกัน
สรุปข่าว
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นอีกขั้นตอนสำคัญของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพลประจำปี หลังบัญชีตำแหน่งว่าง 163 ตำแหน่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ก่อนมาถึงขั้นตอนดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม โดยกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติการทำงาน ลำดับอาวุโส และความเหมาะสมดำเนินต่อเนื่องประมาณ 19 ชั่วโมง และมีรายงานว่าเสร็จสิ้นราว 05.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม
การแต่งตั้งรอบนี้ครอบคลุมตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปจนถึงผู้บังคับการ โดยมีตำแหน่งว่างระดับรอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง ผบช. 19 ตำแหน่ง รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง และ ผบก. 94 ตำแหน่ง รวม 163 ตำแหน่ง
หน่วยหลักหลายแห่งเดินหน้าด้วยผู้บัญชาการชุดเดิม
ภาพการจัดกำลังระดับผู้บัญชาการครั้งนี้ มีทั้งการรักษาความต่อเนื่องของหน่วยงานเดิมและการส่งนายตำรวจไปทำหน้าที่ในภารกิจใหม่
หน่วยงานหลักที่มีรายงานว่ายังใช้ผู้บัญชาการคนเดิม ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม เป็น ผบช.น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย เป็น ผบช.ก. และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มี พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ เป็น ผบช.ตชด.
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองบัญชาการตำรวจสันติบาลและตำรวจภูธรภาค 9 จะยังคงผู้บัญชาการคนเดิมเช่นกัน
ปรับกำลังรับภารกิจ ตม.-ยาเสพติด-อาชญากรรมออนไลน์
อีกด้านหนึ่งของการแต่งตั้งเป็นการขยับกำลังไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจเฉพาะ โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่าได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ผบช.สตม.
พล.ต.ท.นพศิลป์ มีประสบการณ์ร่วมรับผิดชอบคดีสำคัญหลายคดี การเข้ารับผิดชอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงเป็นอีกตำแหน่งที่ได้รับความสนใจ ท่ามกลางภารกิจด้านการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกราชอาณาจักรและการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ
ส่วนงานปราบปรามยาเสพติด มีรายงานว่า พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. จะขยับไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด
ด้านงานปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีชื่อเลื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ผบช.สอท.
“จรูญเกียรติ” ขึ้นระดับ ผบช. “อาทิชา” รับพื้นที่ภาค 3
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีบทบาทในงานปราบปรามการทุจริตหลายคดี มีรายงานว่าได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อรอรับมอบหมายภารกิจในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
ส่วน พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ จากผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ มีชื่อขยับไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
การจัดกำลังตำรวจภูธรยังมีรายงานชื่อ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ไปดำรงตำแหน่ง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ภ.2 ขณะที่ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ มีชื่อเลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สทส.
รอง ผบ.ตร.-ผู้ช่วย ผบ.ตร. เน้นลำดับอาวุโส
สำหรับระดับบริหารสูงสุด ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ที่ว่าง 3 ตำแหน่ง มีรายงานชื่อ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา และ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ อยู่ในกลุ่มพิจารณาตามลำดับอาวุโส
ขณะเดียวกัน มีรายงานการจัดวางตำแหน่งให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ขยับมาดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. และให้ พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ
ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.มีตำแหน่งว่าง 6 ตำแหน่ง โดยรายชื่อที่มีรายงานตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร
94 เก้าอี้ ผบก. ใช้เกณฑ์ 50:50
หากพิจารณาจากจำนวนตำแหน่ง ระดับ ผบก.ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของวาระนี้ เพราะมีตำแหน่งว่าง 94 ตำแหน่ง และใช้หลักการพิจารณา 2 ส่วน
ส่วนแรกจำนวน 47 ตำแหน่ง เป็นกลุ่มตามลำดับอาวุโส ประกอบด้วยรอง ผบก.ที่ครองยศมา 9 ปี จำนวน 14 นาย และครองยศ 8 ปี จำนวน 33 นาย โดยมีรายชื่อที่ได้รับการรายงาน อาทิ พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ และ พ.ต.อ.สมชาย จันทร์คง
อีก 47 ตำแหน่งใช้ความรู้ ความสามารถ ผลงาน และความเหมาะสมประกอบการพิจารณา โดยมีรายงานว่ากลุ่มรอง ผบก.ที่ครองตำแหน่งประมาณ 4 ปี จำนวน 6 นาย มีชื่ออยู่ในส่วนที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นเป็น ผบก.
ประเด็นดังกล่าวทำให้การใช้หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และกฎ ก.ตร.ได้รับความสนใจ โดยหลักการของการแต่งตั้งส่วนที่นอกเหนือจากโควตาอาวุโสต้องนำทั้งอาวุโส ความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมมาประกอบกัน เพื่อให้การคัดเลือกบุคลากรสอดคล้องกับภารกิจและระบบคุณธรรมขององค์กร
ไทม์ไลน์ต่อไป 28 ส.ค. เข้า ก.ตร.
หลังการกลั่นกรองที่ใช้เวลาประมาณ 19 ชั่วโมง ขั้นตอนถัดไปอยู่ที่การประชุม ก.ตร. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อพิจารณาบัญชีแต่งตั้งภายในกรอบเวลาที่กำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมต่อไป
อย่างไรก็ตาม รายชื่อและการจัดวางตำแหน่งที่ปรากฏในรายงานข่าวขณะนี้ยังต้องรอผลจากกระบวนการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จึงต้องติดตามผลการประชุม ก.ตร. วันที่ 28 สิงหาคมอีกครั้ง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
