
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ตลาดนัดคลองถมพัฒนา หลังตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย และตรวจยึดของกลางประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าราว 8 ล้านบาท
การแถลงมีขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือ ศปบย.ตร. พร้อมด้วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผล
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการระหว่างชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ สคบ. กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.พลับพลาไชย 1 ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567
นางสาวศุภมาสได้กำหนดให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงรุกของ สคบ. พร้อมจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ทำหน้าที่สืบสวน รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบพื้นที่ และประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับแหล่งจำหน่ายและเครือข่ายกระจายสินค้า
สรุปข่าว
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ตลาดนัดคลองถมพัฒนา หลังตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย และตรวจยึดของกลางประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่าราว 8 ล้านบาท
การแถลงมีขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือ ศปบย.ตร. พร้อมด้วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผล
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการระหว่างชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ สคบ. กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และ สน.พลับพลาไชย 1 ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567
นางสาวศุภมาสได้กำหนดให้การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในนโยบายเชิงรุกของ สคบ. พร้อมจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ทำหน้าที่สืบสวน รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบพื้นที่ และประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับแหล่งจำหน่ายและเครือข่ายกระจายสินค้า
ตรวจค้น 5 จุด ยึดของกลางราว 20,000 ชิ้น
ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรวม 5 จุด ประกอบด้วยห้องพักและจุดเก็บสินค้าภายในอาคารแฟลตคลองถม 4 จุด และโกดังเก็บสินค้าอีก 1 จุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าใช้เป็นพื้นที่เก็บและกระจายสินค้าไปยังหน้าร้าน รวมถึงช่องทางออนไลน์
เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หัวบรรจุน้ำยา และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 20,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท ก่อนเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 ซึ่งกำหนดห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขาย หรือให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า ตัวยาบารากู่ และน้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า
ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีได้
สคบ.เดินหน้าขยายผลถึงต้นทางและเครือข่ายออนไลน์
นางสาวศุภมาสย้ำว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทยและห้ามจำหน่าย พร้อมระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยการดำเนินงานของ สคบ. จะเน้นเชิงรุก ตั้งแต่แหล่งเก็บสินค้า จุดกระจายสินค้า ไปจนถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์
พร้อมกันนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ขยายผลไปยังผู้นำเข้า ผู้จัดหา แหล่งเก็บ ผู้กระจายสินค้า ผู้จำหน่าย และเครือข่ายออนไลน์ เพื่อดำเนินการกับวงจรการค้าทั้งระบบ พร้อมมอบหมายให้นายประเดิมชัย และ ดร.พัชรินทร์ ติดตามความคืบหน้าและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ระบุว่า สคบ. จะเดินหน้าประสานการทำงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองเฝ้าระวังการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของบุตรหลาน โดยข้อมูลที่ สคบ. นำมาแถลงระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่งมีนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดาประมาณ 20 มวน ขณะที่ละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีอนุภาคขนาดเล็กและมีสารเคมีรวมถึงโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
รัฐบาลตั้งเป้าลดการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนให้ได้มากที่สุด พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายหรือโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และศูนย์ป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599
- รัฐบาลเดินหน้าคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ ศึกษาฟ้องคดีแบบกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค
- บุหรี่ไฟฟ้ารุกหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชน หลังยอดใช้พุ่ง 11 เท่าในรอบ 7 ปี
- เปิดสถิติ 9 เดือน จุดตรวจตำรวจยึดปืนกว่า 25,000 กระบอก จับเมาแล้วขับกว่า 75,000 ราย
- เปิดยุทธการล้างบาง "บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้" มหันตภัยที่ต้องตัดวงจร
- เปิดด้านมืดบุหรี่ไฟฟ้า ทำเด็กไทยป่วย "โรค EVALI" พุ่ง! เคสแรกในไทยอายุ 14 ปี สูบเดือนละแท่ง นาน 1 ปี
บรรณาธิการออนไลน์
