
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับมาตรการรับมือ ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ หลังประเมินว่าในช่วงต้นฤดูแล้ง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยอาจมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา กว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า พร้อมเสนอจัดตั้ง วอร์รูมบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศแบบรายวัน
สรุปข่าว
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับมาตรการรับมือ ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ หลังประเมินว่าในช่วงต้นฤดูแล้ง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยอาจมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา กว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า พร้อมเสนอจัดตั้ง วอร์รูมบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศแบบรายวัน
คาดน้ำต้นทุนลดลงกว่า 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า สทนช. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา จัดทำแบบจำลองคาดการณ์ปริมาณฝนล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
พร้อมประสานกรมชลประทานควบคุมระดับน้ำในอ่างให้อยู่ตาม Upper Rule Curve หรือเส้นควบคุมระดับน้ำด้านบน เพื่อรักษาปริมาณน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการใช้น้ำภาคเกษตรตลอดฤดูแล้ง
ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์น้ำรายวัน
สทนช. ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้จัดตั้ง ศูนย์วอร์รูมบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตาม วิเคราะห์ และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและภัยพิบัติ โดยนายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ในระหว่างนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศเป็นรายวัน พร้อมรายงานพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที
เร่งสำรองน้ำ รับมือฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง
เลขาธิการ สทนช. ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนทิ้งช่วง ที่อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ
พร้อมให้สำรวจพื้นที่เสี่ยงตาม 9 มาตรการรองรับฤดูฝน เร่งบริหารจัดการน้ำและผันน้ำเข้าสู่พื้นที่ที่มีแนวโน้มขาดแคลน รวมถึงประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรปฏิบัติการฝนหลวง โดยเฉพาะพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) หลังพบว่าอ่างเก็บน้ำคลองสียัดมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
เฝ้าระวังพายุ 1-2 ลูก แม้อยู่ภายใต้อิทธิพลเอลนีโญ
แม้การประเมินของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) จะระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะเป็นกลางในช่วงเดือนสิงหาคม 2570 แต่ สทนช. ยังคงวางแผนเชิงรุก เนื่องจากสภาพอากาศยังมีความผันผวนสูง
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้โอกาสที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยลดลง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยคาดว่า ปี 2569 อาจมีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก และมีแนวโน้มขึ้นฝั่งบริเวณ ภาคเหนือ เป็นหลัก
- สทนช.คาดการณ์ ส.ค.-พ.ย.ฝนลดลง จับตาภาคตะวันออกเสี่ยงภัยแล้งจากอิทธิพลซูเปอร์เอลนีโญใน ปี2570
- "ซูเปอร์เอลนีโญ" ภาคเกษตรไทยใครเสี่ยงสุด ?
- จาก “ซูเปอร์เอลนีโญ” ยุคโลกเดือด สู่มหาวิกฤตภัยพิบัติ 2027
- สทนช.ปูแผนสู้ “เอลนีโญ” เร่งวางแผนบริหารน้ำทั้งระบบ ทั้ง “ภัยแล้ง” และ “น้ำท่วม”
- เปิดเมืองเสี่ยงอันตราย "ซูเปอร์เอลนีโญ" เวียดนาม-ไทย ทำไมถูกจัดในกลุ่มเสี่ยงที่สุด
ที่มาข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
ที่มารูปภาพ : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
