สทนช.คาดการณ์ ส.ค.-พ.ย.ฝนลดลง จับตาภาคตะวันออกเสี่ยงภัยแล้งจากอิทธิพลซูเปอร์เอลนีโญใน ปี2570

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช.คาดการณ์  ส.ค.-พ.ย.ฝนลดลง จับตาภาคตะวันออกเสี่ยงภัยแล้งจากอิทธิพลซูเปอร์เอลนีโญใน ปี2570

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ประเมินสถานการณ์ฝนในช่วงครึ่งหลังของปี โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกเดือน ยกเว้นเดือนกรกฎาคมที่ยังมีฝนมากกว่าค่าปกติ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังทั้ง ฝนตกหนักเฉพาะจุด หรือเรนบอมบ์ และ ฝนทิ้งช่วง ที่อาจเกิดขึ้นสลับกันในหลายพื้นที่

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า สทนช. ได้บูรณาการข้อมูลพยากรณ์อากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยนำข้อมูลคาดการณ์ฝนรายวันมาวิเคราะห์ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สทนช. ในแต่ละภูมิภาคลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริง เพื่อประเมินและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ทันต่อเหตุการณ์

สรุปข่าว

สทนช. ประเมินสถานกาณณ์ฝนช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนนี้ ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกเดือน พร้อมคาดการณ์น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศอาจลดลงกว่าปีก่อนถึง 5,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จับตาพื้นที่ภาคตะวันออกเสี่ยงภัยแล้งจากอิทธิพลซูเปอร์เอลนีโญใน ปี2570 แต่ยืนยันได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำและกักเก็บน้ำต้นทุนไว้รองรับแล้ว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ประเมินสถานการณ์ฝนในช่วงครึ่งหลังของปี โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2569 ปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกเดือน ยกเว้นเดือนกรกฎาคมที่ยังมีฝนมากกว่าค่าปกติ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังทั้ง ฝนตกหนักเฉพาะจุด หรือเรนบอมบ์ และ ฝนทิ้งช่วง ที่อาจเกิดขึ้นสลับกันในหลายพื้นที่

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า สทนช. ได้บูรณาการข้อมูลพยากรณ์อากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยนำข้อมูลคาดการณ์ฝนรายวันมาวิเคราะห์ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สทนช. ในแต่ละภูมิภาคลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริง เพื่อประเมินและแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ทันต่อเหตุการณ์

ขณะเดียวกัน สทนช. ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ว่า อาจมีน้ำต้นทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ประมาณ 5,800 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ EEC หรือภาคตะวันออก ซึ่งมีความเสี่ยงเผชิญภัยแล้งในปี 2570 จากอิทธิพลของ ซูเปอร์เอลนีโญ

ทั้งนี้ จากข้อมูลต้นเดือนกรกฎาคม พบว่าพื้นที่ภาคตะวันออกมีฝนตกมากกว่าเดือนมิถุนายน ทำให้ สทนช. กำชับทุกหน่วยงานเร่งบริหารจัดการน้ำ กักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมเร่งผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำประแสร์และอ่างบางพระ เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  พร้อมยืนยันว่าได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว เพื่อลดผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า

สำหรับสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวมในปัจจุบัน ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 55 ของความจุเก็บกัก  (44,080 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ:ร้อยละ 35  (19,954 ล้าน ลบ.ม.)

ขณะที่สถานการณ์น้ำ 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC

เขื่อนบางพระ: มีปริมาณน้ำ 46 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 39 

เขื่อนหนองปลาไหล มีปริมาณน้ำ 88 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54 

และเขื่อนประแสร์: มีปริมาณน้ำ 171 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58

ที่มาข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ที่มารูปภาพ : Envato