สทนช.-กรมชลฯ เตรียมแผนรับมือฝน-เอลนีโญ คุมเข้มบริหารจัดการน้ำตามแผน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช.-กรมชลฯ  เตรียมแผนรับมือฝน-เอลนีโญ คุมเข้มบริหารจัดการน้ำตามแผน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.ติดตามการดำเนินมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำและช่องทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และเดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ร่วมกับ 14 หน่วยงานด้านน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามแผน แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 แต่หลายพื้นที่ยังเกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำและงานก่อสร้างที่กระทบต่อการระบายน้ำ จึงกำชับทุกหน่วยงานเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อ สทนช. อย่างต่อเนื่อง

สรุปข่าว

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ติดตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 กำชับทุกหน่วยงานเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 แต่หลายพื้นที่ยังเกิดน้ำท่วมขัง ขณะที่กรมชลประทานเตรียมรับมือฝนตกหนักปลายเดือนกรกฎาคม ยืนยันมีน้ำต้นทุนเพียงพอ แต่ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากเอลนีโญอย่างใกล้ชิด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.ติดตามการดำเนินมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำและช่องทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วม ขณะที่กรมชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และเดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ร่วมกับ 14 หน่วยงานด้านน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปตามแผน แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 แต่หลายพื้นที่ยังเกิดน้ำท่วมขัง เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำและงานก่อสร้างที่กระทบต่อการระบายน้ำ จึงกำชับทุกหน่วยงานเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อ สทนช. อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า สภาวะเอลนีโญจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 และอาจจะมีความรุนแรงมากกว่าสภาวะเอลนีโญเมื่อปี 2558 ส่งผลให้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะตอนบนของประเทศ มีความเสี่ยงเกิดฝนทิ้งช่วง ก่อนจะเริ่มอ่อนกำลังลง แต่ยังอาจต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2570 ทำให้ทุกหน่วยงานต้องเตรียมแผนรองรับอย่างไม่ประมาท

รองเลขาธิการ สทนช. ยืนยันว่า แม้ปริมาณฝนในปีนี้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่จากการเร่งกักเก็บน้ำตั้งแต่ฤดูฝนปี 2568 ทำให้ปัจจุบันมีน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับการบริหารจัดการ โดยเขื่อนหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การสูงกว่าช่วงเกิดเอลนีโญรุนแรงในปี 2558 หลายเท่าตัว และคาดว่าภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนปีนี้ (69) จะยังมีปริมาณน้ำใช้การกว่า 1 หมื่น 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพียงพอรองรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม ได้ขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมติดตามคำแนะนำการเพาะปลูกจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด

ด้านกรมชลประทาน ยังคงติดตามสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่อง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม (69) ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่จากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จึงได้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ลดความเสี่ยงอุทกภัย และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ณ วันที่ 27 กรกฎาคม ระบุว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 4 หมื่น 2,547 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 55 ของความจุรวม ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 3 หมื่น 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างจะเพิ่มขึ้นตามฝนที่ตกในหลายพื้นที่ แต่ภาพรวมยังมีน้ำต้นทุนต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน