อากาศสุดขั้วเล่นงาน “ชิลี” ฤดูหนาวมาช้าแต่หิมะตกหนัก นักวิทย์ชี้นี่แค่ผลกระทบแรกของ “เอลนีโญ”

Share on Line Share on Facebook Share on X
อากาศสุดขั้วเล่นงาน “ชิลี” ฤดูหนาวมาช้าแต่หิมะตกหนัก นักวิทย์ชี้นี่แค่ผลกระทบแรกของ “เอลนีโญ”

โดยปกติแล้วสกีรีสอร์ตในชิลีจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แต่สำหรับปีนี้ฤดูหนาวมาช้าไปจากเดิม และทำให้ปริมาณหิมะต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศพัดพาความชื้นจำนวนมหาศาลจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่เทือกเขาแอนดีส ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์ 

 

จากข้อมูลระบุว่า สกีรีสอร์ตบางแห่งมีหิมะตกสะสมสูงกว่า 2.5 เมตร ภายในระยะเวลาเพียง 5 วัน ขณะที่บางพื้นที่ของเทือกเขาแอนดีสมีหิมะสะสมสูงกว่า 15 เมตร ซึ่งระยะเวลาและปริมาณหิมะที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก หลายพื้นที่มีหิมะสะสมเทียบเท่ากับปริมาณหิมะที่ตกทั้งฤดูกาลภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน และมีแนวโน้มว่าจะเกิดหิมะตกเพิ่มอีกในช่วงปลายเดือน

 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเหตุการณ์หิมะตกหนักผิดปกติในชิลีและภูมิภาคอเมริกาใต้ครั้งนี้เป็นผลจากปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังพัฒนา ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีความชื้นมากกว่ากว่าปกติ และเพิ่มโอกาสในการเกิดฝนและหิมะตกมากกว่าเดิม

 

สรุปข่าว

แม้ว่าหลายพื้นที่ของโลกกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนและภัยแล้งจากอิทธิพลของ “เอลนีโญ” ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันภูมิภาคอเมริกาใต้ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วในรูปแบบที่ตรงกันข้าม ล่าสุดเกิดหิมะตกหนักใน “ชิลี” แม้ว่าฤดูหนาวจะมาช้ากว่าปกติ แต่ปรากฎการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศทำให้บางพื้นที่ในเทือกเขาแอนดีสมีหิมะสะสมสูงกว่า 4.6 เมตร ส่งผลกระทบต่อสกีรีสอร์ตต้องปิดให้บริการชั่วคราว รวมถึงอุตสาหกรรมเหมืองทองแดงหยุดการผลิต เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

โดยปกติแล้วสกีรีสอร์ตในชิลีจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป แต่สำหรับปีนี้ฤดูหนาวมาช้าไปจากเดิม และทำให้ปริมาณหิมะต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศพัดพาความชื้นจำนวนมหาศาลจากมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่เทือกเขาแอนดีส ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 1 สัปดาห์ 

 

จากข้อมูลระบุว่า สกีรีสอร์ตบางแห่งมีหิมะตกสะสมสูงกว่า 2.5 เมตร ภายในระยะเวลาเพียง 5 วัน ขณะที่บางพื้นที่ของเทือกเขาแอนดีสมีหิมะสะสมสูงกว่า 15 เมตร ซึ่งระยะเวลาและปริมาณหิมะที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก หลายพื้นที่มีหิมะสะสมเทียบเท่ากับปริมาณหิมะที่ตกทั้งฤดูกาลภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน และมีแนวโน้มว่าจะเกิดหิมะตกเพิ่มอีกในช่วงปลายเดือน

 

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเหตุการณ์หิมะตกหนักผิดปกติในชิลีและภูมิภาคอเมริกาใต้ครั้งนี้เป็นผลจากปรากฏการณ์แม่น้ำในชั้นบรรยากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังพัฒนา ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีความชื้นมากกว่ากว่าปกติ และเพิ่มโอกาสในการเกิดฝนและหิมะตกมากกว่าเดิม

 

รายงานล่าสุดจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุว่า ปัจจุบันมีโอกาสมากกว่า 81% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะพัฒนาเป็น “เอลนีโญระดับรุนแรงมาก” ภายในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมนี้ และหากเกิดขึ้นจริงก็จะทำให้เอลนีโญครั้งนี้ติดอันดับหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี 1950 ที่มีการบันทึกข้อมูลไว้

 

แม้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีความเชื่อมโยงกับอากาศร้อนจัดและภัยแล้งในภูมิภาคเอเชีย และออสเตรเลีย แต่สำหรับชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ อิทธิพลของเอลนีโญจะก่อให้เกิดฝนและหิมะตกหนักผิดปกติได้

 

ที่มาข้อมูล : theinertia.com

ที่มารูปภาพ : Reuters