นายกฯย้ำพร้อมร่วมทุกฝ่ายปราบทุจริตตามหลักฐาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯย้ำพร้อมร่วมทุกฝ่ายปราบทุจริตตามหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเชิญตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมหารือ หลังมีการนำเสนอผลสำรวจเกี่ยวกับข้อกังวลด้านการทุจริตในหน่วยงานรัฐ

นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนสนับสนุนการปราบปรามทุจริตทุกขั้นตอน หากพบข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เพียงพอ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล การค้า และการลงทุนของประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ในที่ประชุมมีการหยิบยกประเด็นผลสำรวจจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้หรือความเห็นต่อความเสี่ยงด้านทุจริต โดยอ้างอิงแนวทางขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก และโออีซีดี ทั้งนี้ ผลสำรวจลักษณะดังกล่าวถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยชี้เป้าความเสี่ยง แต่ยังต้องผ่านการตรวจสอบเชิงพยานหลักฐานก่อนนำไปสู่การเอาผิดรายบุคคลหรือหน่วยงาน

แหล่งข่าวจากฝ่ายรัฐบาลระบุว่า หากภาคเอกชนหรือประชาชนมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถส่งเรื่องร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือส่งพยานหลักฐานต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรอิสระได้โดยตรง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างเป็นระบบ

สรุปข่าว

นายกรัฐมนตรีหารือภาครัฐ-เอกชน เดินหน้าปราบทุจริต ย้ำพร้อมตรวจสอบทุกเบาะแสหากมีหลักฐานชัดเจน ขณะที่แหล่งข่าวฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลควรระบุรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึง และไม่กระทบความเชื่อมั่นประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยเชิญตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมหารือ หลังมีการนำเสนอผลสำรวจเกี่ยวกับข้อกังวลด้านการทุจริตในหน่วยงานรัฐ

นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนสนับสนุนการปราบปรามทุจริตทุกขั้นตอน หากพบข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เพียงพอ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาล การค้า และการลงทุนของประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ในที่ประชุมมีการหยิบยกประเด็นผลสำรวจจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้หรือความเห็นต่อความเสี่ยงด้านทุจริต โดยอ้างอิงแนวทางขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก และโออีซีดี ทั้งนี้ ผลสำรวจลักษณะดังกล่าวถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยชี้เป้าความเสี่ยง แต่ยังต้องผ่านการตรวจสอบเชิงพยานหลักฐานก่อนนำไปสู่การเอาผิดรายบุคคลหรือหน่วยงาน

แหล่งข่าวจากฝ่ายรัฐบาลระบุว่า หากภาคเอกชนหรือประชาชนมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถส่งเรื่องร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือส่งพยานหลักฐานต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรอิสระได้โดยตรง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านทุจริตควรมีรายละเอียดที่ตรวจสอบได้ เช่น ช่วงเวลา สถานที่ ลักษณะพฤติการณ์ และหลักฐานประกอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะหน่วยงานที่ถูกกล่าวถึงในผลสำรวจหรือรายงานสาธารณะ

สำหรับบทบาทของภาคเอกชน ทั้งคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชัน กกร. และองค์กรที่เกี่ยวข้อง แหล่งข่าวมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการมีส่วนร่วมต่อต้านทุจริต แต่การสื่อสารต่อสาธารณะต้องรอบคอบ เนื่องจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และภาพลักษณ์ประเทศ

แหล่งข่าวยังยกตัวอย่างกรณีการเปิดเผยข้อมูลในอดีต เช่น ประเด็นตัวเลขประเมินการซื้อเสียงช่วงเลือกตั้ง และผลสำรวจเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐที่ถูกร้องเรียนเรื่องผลประโยชน์ โดยเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้ควรถูกส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถแยกแยะระหว่าง “เบาะแส” กับ “ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้” ได้อย่างชัดเจน

ส่วนกรณีข้อพิพาททางภาษีของบริษัทเอกชนรายใหญ่ในอดีต ซึ่งมีคำพิพากษาเกี่ยวกับภาษีนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์นั้น แหล่งข่าวระบุว่าเป็นอีกประเด็นที่สังคมเคยให้ความสนใจ และเห็นว่าทุกฝ่ายที่มีบทบาทด้านธรรมาภิบาลควรสนับสนุนให้ข้อเท็จจริงทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ ในกรณีที่เคยมีข่าวพาดพิงเรื่องการทุจริตในกระบวนการพิจารณาคดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และมีรายงานว่าไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเส้นทางการเงินหรือการทุจริตตามที่ถูกกล่าวถึง

แหล่งข่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน แต่การปราบปรามทุจริตจำเป็นต้องยึดหลักฐาน กระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวถึง เพื่อให้การแก้ปัญหาทุจริตเกิดผลจริง และไม่กลายเป็นการสร้างความเสียหายจากข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN