
26 ปีแห่งเส้นทางรับราชการทหาร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากว่าที่ร้อยตรีหญิงสู่รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา TNN ขอน้อมนำพระกรณียกิจอีกด้านหนึ่งที่ประชาชนอาจไม่คุ้นเคยมากนัก นั่นคือเส้นทางการรับราชการทหารที่ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องยาวนานในหน่วยทหารรักษาพระองค์ ควบคู่ไปกับพระกรณียกิจด้านกฎหมาย การยุติธรรม การพัฒนาสังคม และงานด้านมนุษยธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ประชาชนจำนวนมากต่างร่วมน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจนานัปการที่ทรงอุทิศเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนงานด้านกระบวนการยุติธรรม ผู้แทนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้ทรงริเริ่มโครงการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่อาจไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง คือการทรงปฏิบัติราชการทหารในหน่วยรักษาพระองค์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 26 ปี โดยทรงเริ่มเส้นทางรับราชการทหารในปี พ.ศ. 2543 เมื่อได้รับพระยศว่าที่ร้อยตรีหญิง และร้อยตรีหญิง พร้อมทรงดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติราชการในหน่วยที่มีภารกิจสำคัญด้านการถวายความปลอดภัยและสนับสนุนพระราชกรณียกิจ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ทรงได้รับพระยศร้อยโทหญิง และทรงดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ก่อนจะทรงได้รับพระยศร้อยเอกหญิงในปี พ.ศ. 2551
สรุปข่าว
26 ปีแห่งเส้นทางรับราชการทหาร ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากว่าที่ร้อยตรีหญิงสู่รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา TNN ขอน้อมนำพระกรณียกิจอีกด้านหนึ่งที่ประชาชนอาจไม่คุ้นเคยมากนัก นั่นคือเส้นทางการรับราชการทหารที่ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องยาวนานในหน่วยทหารรักษาพระองค์ ควบคู่ไปกับพระกรณียกิจด้านกฎหมาย การยุติธรรม การพัฒนาสังคม และงานด้านมนุษยธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ประชาชนจำนวนมากต่างร่วมน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจนานัปการที่ทรงอุทิศเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย ผู้ทรงขับเคลื่อนงานด้านกระบวนการยุติธรรม ผู้แทนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้ทรงริเริ่มโครงการสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม
อีกหนึ่งบทบาทสำคัญที่อาจไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง คือการทรงปฏิบัติราชการทหารในหน่วยรักษาพระองค์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 26 ปี โดยทรงเริ่มเส้นทางรับราชการทหารในปี พ.ศ. 2543 เมื่อได้รับพระยศว่าที่ร้อยตรีหญิง และร้อยตรีหญิง พร้อมทรงดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติราชการในหน่วยที่มีภารกิจสำคัญด้านการถวายความปลอดภัยและสนับสนุนพระราชกรณียกิจ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ทรงได้รับพระยศร้อยโทหญิง และทรงดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ก่อนจะทรงได้รับพระยศร้อยเอกหญิงในปี พ.ศ. 2551
เส้นทางการรับราชการทหารของพระองค์ก้าวสู่ระดับนายพลในปี พ.ศ. 2561 เมื่อทรงได้รับพระยศพลตรีหญิง และทรงดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ก่อนจะทรงได้รับพระยศพลโทหญิงในปี พ.ศ. 2562
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2564 เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศเป็นพลเอกหญิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 พร้อมทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในอัตราพลเอก
ในปี พ.ศ. 2568 พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในอัตราพลเอกพิเศษ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางการรับราชการทหารตลอดกว่า 26 ปี อันสะท้อนถึงพระวิริยะอุตสาหะและการทรงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องในหน่วยทหารรักษาพระองค์
ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติราชการทหาร พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจควบคู่ไปกับภารกิจด้านกฎหมาย การยุติธรรม การพัฒนาสังคม และงานด้านมนุษยธรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมหลักนิติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงผ่าน “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือ Bangkok Rules ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
เส้นทางการรับราชการทหารตลอดกว่า 26 ปี จึงเป็นอีกหนึ่งพระกรณียกิจสำคัญที่สะท้อนถึงพระวิริยะอุตสาหะ ความรับผิดชอบ และการทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติในหลากหลายมิติ อันเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย และเป็นพระกรุณาธิคุณที่พสกนิกรจะน้อมรำลึกด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนานเท่านาน
ไทม์ไลน์เส้นทางรับราชการทหาร
พ.ศ. 2543 ว่าที่ร้อยตรีหญิง – ร้อยตรีหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
พ.ศ. 2545 ร้อยโทหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์
พ.ศ. 2551 ร้อยเอกหญิง
พ.ศ. 2561 พลตรีหญิง และนายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
พ.ศ. 2562 พลโทหญิง
พ.ศ. 2564 พลเอกหญิง และทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
พ.ศ. 2568 รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)
- กทม. แจ้งเส้นทางขบวนเชิญพระศพฯ 13 มิ.ย. 69 แนะเลี่ยงเส้นทาง
- เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับ “โครงการกำลังใจ” พระเมตตาที่มอบโอกาสให้ผู้ก้าวพลาด
- "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" พระกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงห่วงใยดูแลชีวิตคนไทย
- "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" พระกรณียกิจ สร้างและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากไทย
- รู้จัก “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” พระกรณียกิจแห่งความห่วงใยของ “พระองค์ภา”
บรรณาธิการออนไลน์
