เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับ “โครงการกำลังใจ” พระเมตตาที่มอบโอกาสให้ผู้ก้าวพลาด

Share on Line Share on Facebook Share on X
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กับ “โครงการกำลังใจ” พระเมตตาที่มอบโอกาสให้ผู้ก้าวพลาด

เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา TNN ขอน้อมนำพระกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมผ่าน “โครงการกำลังใจในพระดำริ” มาถ่ายทอดอีกครั้ง หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญที่สะท้อนถึงพระเมตตา ความเข้าใจ และความห่วงใยที่ทรงมีต่อผู้ที่ขาดโอกาสในสังคม

ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ได้กล่าวถึงพระกรณียกิจของพระองค์ด้วยความอาลัยว่า หลายคนอาจมองว่าปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้น แต่สำหรับตนแล้ว ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่พระองค์ทรงอยู่กับพสกนิกรชาวไทย เพราะทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

หนึ่งในพระกรณียกิจที่ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวถึงด้วยความประทับใจ คือการทรงงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ “โครงการกำลังใจในพระดำริ” โครงการที่เกิดขึ้นจากการที่พระองค์เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทอดพระเนตรเห็นสภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ มารดาที่ต้องเลี้ยงดูบุตรภายในเรือนจำ และผู้หญิงจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

จากพระเมตตาและความห่วงใยดังกล่าว จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมประพฤติ และผู้พ้นโทษ โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาส การฟื้นฟูศักยภาพ และการคืนคนดีสู่สังคม

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา โครงการกำลังใจได้ขยายการดำเนินงานครอบคลุมเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กในเรือนจำ การส่งเสริมการศึกษาและฝึกอาชีพ การให้ความรู้ด้านกฎหมาย การเตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการจ้างงานเพื่อรองรับผู้พ้นโทษให้สามารถประกอบอาชีพสุจริตและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง เล่าว่า ตนเคยตามเสด็จไปทรงเยี่ยมเรือนจำหลายแห่ง และได้เห็นพระองค์ทรงใส่พระทัยต่อผู้ต้องขังหญิงอย่างใกล้ชิด ทรงสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ทรงให้กำลังใจ และทรงห่วงใยเด็กเล็กที่ต้องเติบโตภายในเรือนจำ ถึงขั้นเสด็จเข้าไปทรงอุ้มเด็กและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ต้องขังด้วยพระองค์เอง


สรุปข่าว

“โครงการกำลังใจในพระดำริ” เป็นหนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ ผ่านการศึกษา ฝึกอาชีพ และสร้างโอกาสกลับคืนสู่สังคม พร้อมต่อยอดสู่ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” มาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน

เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา TNN ขอน้อมนำพระกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมผ่าน “โครงการกำลังใจในพระดำริ” มาถ่ายทอดอีกครั้ง หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญที่สะท้อนถึงพระเมตตา ความเข้าใจ และความห่วงใยที่ทรงมีต่อผู้ที่ขาดโอกาสในสังคม

ภายหลังสำนักพระราชวังมีประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ได้กล่าวถึงพระกรณียกิจของพระองค์ด้วยความอาลัยว่า หลายคนอาจมองว่าปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้น แต่สำหรับตนแล้ว ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่พระองค์ทรงอยู่กับพสกนิกรชาวไทย เพราะทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

หนึ่งในพระกรณียกิจที่ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวถึงด้วยความประทับใจ คือการทรงงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ “โครงการกำลังใจในพระดำริ” โครงการที่เกิดขึ้นจากการที่พระองค์เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทอดพระเนตรเห็นสภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ มารดาที่ต้องเลี้ยงดูบุตรภายในเรือนจำ และผู้หญิงจำนวนมากที่ขาดโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

จากพระเมตตาและความห่วงใยดังกล่าว จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมประพฤติ และผู้พ้นโทษ โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาส การฟื้นฟูศักยภาพ และการคืนคนดีสู่สังคม

ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา โครงการกำลังใจได้ขยายการดำเนินงานครอบคลุมเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กในเรือนจำ การส่งเสริมการศึกษาและฝึกอาชีพ การให้ความรู้ด้านกฎหมาย การเตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการจ้างงานเพื่อรองรับผู้พ้นโทษให้สามารถประกอบอาชีพสุจริตและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง เล่าว่า ตนเคยตามเสด็จไปทรงเยี่ยมเรือนจำหลายแห่ง และได้เห็นพระองค์ทรงใส่พระทัยต่อผู้ต้องขังหญิงอย่างใกล้ชิด ทรงสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ทรงให้กำลังใจ และทรงห่วงใยเด็กเล็กที่ต้องเติบโตภายในเรือนจำ ถึงขั้นเสด็จเข้าไปทรงอุ้มเด็กและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ต้องขังด้วยพระองค์เอง


พระกรณียกิจดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ผ่านการผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือ Bangkok Rules ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การรับรองเป็นมาตรฐานสากล ถือเป็นคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาหลักสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมของโลก

ภายใต้แนวพระดำริของพระองค์ โครงการกำลังใจมิได้มุ่งเพียงการช่วยเหลือผู้ต้องขังในระหว่างรับโทษเท่านั้น หากยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับมายืนหยัดในสังคมได้อีกครั้ง ผ่านการศึกษา การฝึกทักษะอาชีพ และการได้รับโอกาสจากสังคมในการเริ่มต้นชีวิตใหม่


สำหรับศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง พระองค์ทรงเป็นเจ้านายผู้ทรงใส่พระทัยในเรื่องบ้านเมืองและผู้คนอยู่เสมอ และพระกรณียกิจด้านโครงการกำลังใจ คือหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตาและความเชื่อมั่นที่ทรงมีต่อคุณค่าของมนุษย์ ว่าทุกคนควรได้รับโอกาสในการแก้ไขชีวิตและเริ่มต้นใหม่

วันนี้ แม้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จะสิ้นพระชนม์แล้ว แต่โครงการกำลังใจในพระดำริยังคงดำเนินงานสืบต่อไป พร้อมสานต่อพระปณิธานในการสร้างโอกาสและคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ผู้ที่เคยก้าวพลาด อันเป็นพระกรุณาธิคุณที่ยังคงปรากฏเป็นรูปธรรมและอยู่ในความทรงจำของคนไทยตราบนานเท่านาน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : สำนักพระราชวัง

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
โครงการกำลังใจ
ข้อกำหนดกรุงเทพ
Bangkok Rules
กระบวนการยุติธรรม