
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญาในการบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสาธารณสุข และการพัฒนาสังคม
พระราชดำริและโครงการต่าง ๆ ที่ทรงริเริ่ม ล้วนสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างโอกาส เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และยกระดับศักยภาพของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาสังคมที่โดดเด่นแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ผ่านการสร้างโอกาสทางอาชีพ การส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางในสังคม อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจต่อไปนี้
สรุปข่าว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญาในการบำเพ็ญพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสาธารณสุข และการพัฒนาสังคม
พระราชดำริและโครงการต่าง ๆ ที่ทรงริเริ่ม ล้วนสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างโอกาส เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย และยกระดับศักยภาพของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาสังคมที่โดดเด่นแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ผ่านการสร้างโอกาสทางอาชีพ การส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางในสังคม อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจสำคัญด้านเศรษฐกิจต่อไปนี้
*โครงการกำลังใจในพระดำริ
โครงการกำลังใจในพระดำริ เป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญที่สะท้อนพระวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยมุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัว ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ผ่านการศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
โครงการดังกล่าวช่วยเพิ่มโอกาสในการมีงานทำและสร้างรายได้หลังพ้นโทษ ลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นับเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป พร้อมทั้งช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมทางด้านการเงิน หลักสูตรพื้นฐานการเงินเพื่อการประกอบอาชีพ จากวิทยากรผู้มีประสบการณ์ ได้แก่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด ที่มาให้ความรู้มาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งจะทำให้ผู้ต้องขังได้รับความรู้สามารถวางแผนเรื่องการเงินและจะช่วยให้ทุกคนมีวินัยการใช้เงินได้ในอนาคต
รวมถึงความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างโครงการกำลังใจในพระดำริ กรมราชทัณฑ์ บริษัทเอกชนในประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) นับเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษ โดยร่วมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรอุตสาหกรรม ณ ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ภายใต้การสนับสนุนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรอุตสาหกรรม การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการจัดการพลังงานชีวภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพให้แก่ผู้ต้องขังก่อนกลับคืนสู่สังคม สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมพัฒนาทุนมนุษย์ สร้างทักษะอาชีพ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนหลังภัยพิบัติ
ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเฝ้าระวัง การบรรเทาทุกข์ ไปจนถึงการฟื้นฟูอาชีพและคุณภาพชีวิตหลังเกิดภัยพิบัติ โดยมุ่งให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การสนับสนุนช่องทางจำหน่ายสินค้า และการนำสินค้าชุมชนเข้าสู่ “ร้านพึ่งพา” เพื่อสร้างรายได้และช่วยให้ชุมชนสามารถฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำสู่การทำเกษตรพอเพียง
เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนพระราชปณิธานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน คือ โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำสู่การทำเกษตรพอเพียง ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมุ่งฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกจากเกษตรเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ครัวเรือน อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน
พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาอาชีพ การสร้างรายได้ และการยกระดับศักยภาพของประชาชน นับเป็นมรดกแห่งคุณูปการที่พระองค์ภาทรงมอบไว้แก่สังคมไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ผู้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่ได้รับโอกาสโดยตรง หากยังเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และส่งต่อคุณค่าแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่คนไทยรุ่นต่อไป สมดังพระปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ด้วยตนเองอย่างภาคภูมิ
- นายกฯ แถลงอาลัย “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” สิ้นพระชนม์
- พระประวัติและพระกรณียกิจ “เจ้าฟ้านักกฎหมาย” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความยุติธรรมและปวงชน
- สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7 พระอาการ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’
- แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 5 เผยพระอาการเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
- สำนักพระราชวังเผยพระอาการ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฉบับที่ 4
ที่มาข้อมูล : TNN Wealth
ที่มารูปภาพ : TNN Wealth
