
พระประวัติ พระกรณียกิจ และไทม์ไลน์ 7 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ติดตามพระอาการประชวรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หลังทรงพระประชวรและเข้ารับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ตามประกาศสำนักพระราชวังที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังดำเนินการพระพิธีพระศพ และถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
พระประวัติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
ในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี” และต่อมาทรงสถาปนาขึ้นเป็น “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”
พระกรณียกิจสำคัญ
ตลอดพระชนมชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ และงานสาธารณกุศล
พระองค์ทรงรับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งอัยการในหลายพื้นที่ ก่อนทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนประเทศไทยในเวทีองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรม ความยุติธรรมทางอาญา และสิทธิมนุษยชน
อีกหนึ่งพระกรณียกิจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริ” ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ รวมถึงทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากลผ่านโครงการ Enhancing Life for Female Inmates (ELFI)
นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และมูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ
สรุปข่าว
พระประวัติ พระกรณียกิจ และไทม์ไลน์ 7 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ติดตามพระอาการประชวรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หลังทรงพระประชวรและเข้ารับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ตามประกาศสำนักพระราชวังที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังดำเนินการพระพิธีพระศพ และถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
พระประวัติ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา
ในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี” และต่อมาทรงสถาปนาขึ้นเป็น “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”
พระกรณียกิจสำคัญ
ตลอดพระชนมชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ และงานสาธารณกุศล
พระองค์ทรงรับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งอัยการในหลายพื้นที่ ก่อนทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนประเทศไทยในเวทีองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรม ความยุติธรรมทางอาญา และสิทธิมนุษยชน
อีกหนึ่งพระกรณียกิจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริ” ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ รวมถึงทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในระดับสากลผ่านโครงการ Enhancing Life for Female Inmates (ELFI)
นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และมูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ
ย้อน 7 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ติดตามพระอาการประชวร
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับพระอาการประชวรอย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งความคืบหน้าการถวายการรักษาของคณะแพทย์
ธันวาคม 2565 : แถลงการณ์ฉบับแรก
สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติขณะทรงปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับสุนัขทรงเลี้ยงในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ และอัญเชิญเข้ารับการถวายการรักษาต่อที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยคณะแพทย์พบปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของพระหทัยและต้องใช้เครื่องมือช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด
ปลายปี 2565 – ต้นปี 2566 : แถลงการณ์ฉบับที่ 2
คณะแพทย์รายงานว่า พระองค์ยังทรงหมดพระสติ และต้องได้รับการถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยใช้เครื่องช่วยหายพระทัยและอุปกรณ์ช่วยพยุงระบบไหลเวียนโลหิตอย่างต่อเนื่อง
มกราคม 2566 : แถลงการณ์ฉบับที่ 3
คณะแพทย์ถวายการรักษาสรุปผลการวินิจฉัยว่า พระอาการประชวรเกิดจากภาวะพระหทัยเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง อันเป็นผลจากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา ส่งผลให้ทรงหมดพระสติและยังไม่ทรงรู้พระองค์
ปี 2567 : แถลงการณ์ฉบับที่ 4
พระอาการโดยรวมยังทรงตัวในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์หลายชนิด และมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อเป็นระยะ ทำให้คณะแพทย์ต้องปรับแนวทางการรักษาอย่างต่อเนื่อง
18 สิงหาคม 2568 : แถลงการณ์ฉบับที่ 5
สำนักพระราชวังแจ้งว่าคณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อรุนแรงในกระแสพระโลหิต ส่งผลให้ความดันพระโลหิตต่ำ จำเป็นต้องถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายชนิด พระโอสถกระตุ้นความดันโลหิต รวมถึงใช้อุปกรณ์ช่วยการทำงานของพระวักกะและระบบหายพระทัย
31 สิงหาคม 2568 : แถลงการณ์ฉบับที่ 6
พระอาการตอบสนองต่อการรักษาในบางส่วน แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยการทำงานของพระวักกะและเครื่องช่วยหายพระทัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คณะแพทย์ยังติดตามภาวะติดเชื้อและการทำงานของพระอวัยวะสำคัญอย่างใกล้ชิด
21 พฤษภาคม 2569 : แถลงการณ์ฉบับที่ 7
คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภีจากการอักเสบของพระอันตะ ส่งผลให้พระอาการไม่คงที่ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ และเกิดความผิดปกติของการแข็งตัวของพระโลหิต แม้จะได้รับการถวายการรักษาอย่างเต็มที่ แต่พระอาการยังทรุดลงจากการติดเชื้อรุนแรงที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อการทำงานของพระอวัยวะสำคัญหลายระบบ
บันทึกพระกรุณาธิคุณ
ตลอดพระชนมชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์ในการปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งด้านกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส งานด้านการต่างประเทศ และการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ
พระกรณียกิจและคุณูปการที่ทรงสร้างไว้ตลอดหลายทศวรรษ จะยังคงเป็นที่จดจำและสืบสานในสังคมไทยต่อไป
- สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 7 พระอาการ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’
- แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 5 เผยพระอาการเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
- สำนักพระราชวังเผยพระอาการ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฉบับที่ 4
- เช็กที่นี่ เส้นทางเข้าเยี่ยมชม พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ตั้งแต่ 10 ม.ค. 2567
- สำนักพระราชวัง แจ้งปิดลงนามถวายพระพร'พระองค์ภา' 31 ม.ค.นี้
ที่มาข้อมูล : สำนักพระราชวัง
ที่มารูปภาพ : สำนักพระราชวัง
