เปิดเวทีถก IMF วางอนาคตเศรษฐกิจไทย แก้หนี้ครัวเรือน ชู AI เพิ่มขีดแข่งขัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดเวทีถก IMF วางอนาคตเศรษฐกิจไทย แก้หนี้ครัวเรือน ชู AI เพิ่มขีดแข่งขัน

วันนี้ (13 ต.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) เปิดเวทีหารือแนวทางยกระดับเศรษฐกิจไทยร่วมกับผู้บริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อหาแนวทางรับมือปัญหาเชิงโครงสร้างและวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สรุปข่าว

รัฐบาลเปิดเวทีหารือเศรษฐกิจไทยร่วมกับ IMF ในการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 โดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และวิทัย รัตนากร เตรียมแลกเปลี่ยนแนวทางแก้หนี้ครัวเรือน เพิ่มผลิตภาพ รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก พร้อมผลักดัน AI และการเงินดิจิทัล

วันนี้ (13 ต.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) เปิดเวทีหารือแนวทางยกระดับเศรษฐกิจไทยร่วมกับผู้บริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อหาแนวทางรับมือปัญหาเชิงโครงสร้างและวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การเสวนาครั้งนี้มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหาร IMF และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจไทย โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ทั้งภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การเติบโตของผลิตภาพที่ชะลอตัว และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

IMF จัดเวทีเฉพาะไทย ถกทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว

นางสาวลลิดากล่าวว่า IMF กำหนดจัดเวทีเสวนา “Thailand Special Seminar: Bangkok 1991–2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth” ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00–16.00 น. ณ ห้อง G-17 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายเอกนิติ นายวิทัย และนายกฤษณะ ศรีนิวาสัน (Krishna Srinivasan) ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจไทยเข้าร่วม

สาระสำคัญของการหารือจะครอบคลุมแนวทางรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือน การยกระดับผลิตภาพแรงงานและภาคธุรกิจ ตลอดจนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของไทยในระยะยาว

จับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก กระทบไทย

อีกประเด็นสำคัญคือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ อุปสรรคทางการค้า และความผันผวนของราคาพลังงาน โดยเวทีดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางเชิงนโยบาย เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก พร้อมรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและนักลงทุน

ชู AI การเงินดิจิทัล เพิ่มผลิตภาพ สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นอีกหัวข้อสำคัญของการเสวนา โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเชื่อมโยงการค้าและการเงินในภูมิภาค เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและเสริมบทบาทของประเทศไทยในอาเซียนและเศรษฐกิจโลก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การมีเวทีหารือเฉพาะด้านเศรษฐกิจไทยร่วมกับ IMF เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนบทเรียนและแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายประโยชน์ไปสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การเสวนาดังกล่าวเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบาย ยังไม่ใช่การประกาศมาตรการใหม่หรือข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาล

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย