
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 240.75 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดยใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
การเพิ่มกรอบวงเงินครั้งนี้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 23 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทำให้กรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติไว้เดิมไม่เพียงพอ
สรุปข่าว
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 240.75 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม โดยใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
การเพิ่มกรอบวงเงินครั้งนี้ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 23 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทำให้กรอบวงเงินที่เคยได้รับอนุมัติไว้เดิมไม่เพียงพอ
ก่อนหน้านี้ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 อนุมัติกรอบวงเงินเยียวยา 577.3 ล้านบาท สำหรับผู้ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 3 สิงหาคม–25 ธันวาคม 2568
แบ่งงบเยียวยา 240.75 ล้านบาท ให้ 3 หน่วยงาน
กรอบวงเงินที่เพิ่มขึ้น 240.75 ล้านบาท แบ่งจัดสรรให้ 3 หน่วยงานหลัก ดังนี้
- กระทรวงกลาโหม 166.25 ล้านบาท
- กระทรวงมหาดไทย 65 ล้านบาท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 9.5 ล้านบาท
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะหน่วยงานกลาง ได้รวบรวมข้อมูลจากทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อประกอบการจัดสรรงบประมาณ
โดยกำชับให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต และวงเงินที่ขอรับการจัดสรรให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน
เยียวยาผู้บาดเจ็บตามหลักเกณฑ์ฉบับปรับปรุง
สำหรับการพิจารณาสิทธิของผู้ได้รับบาดเจ็บ จะใช้หลักเกณฑ์การให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ฉบับปรับปรุง
หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงผลการวินิจฉัย เช่น ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิต หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องปรับปรุงข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปตามสิทธิที่กำหนด
คลัง-สำนักงบประมาณเห็นชอบกรอบวงเงินเพิ่มเติม
กระทรวงการคลังเห็นว่าอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการเยียวยาที่เสนอมีความเหมาะสม ขณะที่สำนักงบประมาณเห็นสมควรจัดสรรงบกลางเพิ่มเติมจำนวน 240.75 ล้านบาท โดยกำชับให้การใช้จ่ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสามารถตรวจสอบได้
ด้านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่ขัดข้อง พร้อมเสนอให้เร่งจัดสรรและเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบ
สำหรับวงเงินที่ ครม.อนุมัติเพิ่มครั้งนี้ จะนำไปใช้สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568–23 กรกฎาคม 2569 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- สรุปประเด็นครม.เดินหน้าปฏิรูปกม. 5 ฉบับ ปราบทุจริต คุมปืน ปรับจัดซื้อรัฐ
- ครม.แต่งตั้ง “เอกภพ เพียรพิเศษ” นั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ครม. ดันโครงการ 5 จังหวัดชายแดนใต้สู่แผนปฏิบัติจริง เร่งแก้น้ำท่วม-ซ่อมถนน
- ครม. อนุมัติหลักการแก้กฎหมาย เปิดทางลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ประกันสังคม ม.33
- ครม. ยังไม่แก้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ เพื่อกำหนดทรงผมนักเรียน
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย
ที่มารูปภาพ : thai News Pix
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
