TNN ‘การเพาะเมฆ’ เป็นต้นเหตุ ยูเออี - โอมาน เกิดฝนตกหนักมากที่สุดเป็นประวัติการณ์หรือไม่

TNN

World

‘การเพาะเมฆ’ เป็นต้นเหตุ ยูเออี - โอมาน เกิดฝนตกหนักมากที่สุดเป็นประวัติการณ์หรือไม่

‘การเพาะเมฆ’ เป็นต้นเหตุ ยูเออี - โอมาน เกิดฝนตกหนักมากที่สุดเป็นประวัติการณ์หรือไม่

‘การเพาะเมฆ’ เป็นต้นเหตุทำให้ ยูเออี - โอมาน เกิดฝนตกหนักมากที่สุดเป็นประวัติการณ์หรือไม่ ด้านผู้เชี่ยวชาญ คาดเกิดจากระบบสภาพอากาศปกติที่เลวร้าย จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สถานการณ์ที่เมืองดูไบ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วมอย่างช้า ๆ  หลังเกิดพายุฝนถล่มหนักที่สุดในรอบ 75 ปี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วัดได้ 259.5 มิลลิเมตร มากสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของตะวันออกกลางจมอยู่ใต้น้ำ


ขณะที่ การดำเนินการต่าง ๆ ในสนามบินดูไบ ซึ่งมีความพลุกพล่านมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กลายเป็นอัมพาต เนื่องจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ เพราะถนนและขนส่งสาธารณะถูกตัดขาด จนต้องยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 300 เที่ยวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่วนเที่ยวบินอีก 440 เที่ยวประสบปัญหาออกเดินทางล่าช้า ซึ่งท่าอากาศยานดูไบ ได้ประกาศให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการเดินทางมาสนามบิน ยกเว้นในกรณีจำเป็น ส่วนสายการบินเอมิเรตส์ สายการบินหลักของดูไบ ได้ยกเลิกการเช็กอินทั้งหมด


ทั้งนี้ โรงเรียนหลายแห่งในดูไบ สั่งปิดการเรียนการสอนไปจนถึงสัปดาห์หน้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทำความสะอาด ฟื้นฟู สถานที่ครั้งใหญ่


ขณะที่ ประชาชนในชุมชนแห่งหนึ่งของเมือง ยังคงพยายามที่จะปกป้องบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม บางส่วนต้องเดินลุยน้ำ และใช้เรือเป่าลมและแพดเดิ้ลบอร์ด หรือเรือยืนพาย เป็นพาหนะในการเดินทาง 


สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ยังทำให้ผู้คนจำนวนมากประสบปัญหาการจราจาติดขัดติดค้างอยู่บนถนน ขณะที่ อาคารสำนักงานและบ้านเรือน หลายแห่ง มีน้ำไหลทะลักเข้าท่วม โดยภาพที่เผยแพร่ในโซเชียล มีเดีย แสดงให้เห็นห้างสรรพสินค้า ที่เต็มไปด้วยน้ำที่ไหลลงมาจากหลังคา 


ด้านสำนักงานป้องกันภัยฉุกเฉิน กำลังทำงานหนักเพื่อเคลียร์ถนนที่มีน้ำท่วมขัง โดยใช้รถดับเพลิงสูบน้ำออกทั่วเมือง ขณะที่ประชาชนบางส่วน เริ่มประเมินความเสียหายต่อบ้านเรือนและธุรกิจของตน หลังจากพายุฝนถล่มอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ทำให้ทั่วประเทศหยุดชะงักและสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ 


จากข้อมูลพบว่า สถานการณ์ฝนตกหนักเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในยูเออี และที่อื่น ๆ ในคาบสมุทรอาระเบีย ซึ่งโดยทั่วไปจะมีสภาพอากาศแบบทะเลทรายที่แห้งแล้ง อุณหภูมิอากาศในฤดูร้อนสูงถึง 50 องศาเซลเซียส


ด้าน ชี้ค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยัน ประธานาธิบดีของยูเออี ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า เขาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหาย และให้การสนับสนุนครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากพายุกำลังแรงครั้งนี้แล้ว 


เหตุการณ์ พายุที่ถล่มยูเออีและโอมานในสัปดาห์นี้ ทำให้ฝนตกในปริมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการหยิบยกคำถามเกี่ยวกับ “การเพาะเมฆ” (cloud seeding) อาจเป็นสาเหตุให้เกิดฝนตกหนักหรือไม่ โดยการเพาะเมฆ ถือเป็นกระบวนการ ซึ่งฉีดสารเคมีเข้าไปในก้อนเมฆเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในสภาพแวดล้อมที่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำ ยูเออี ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ร้อนที่สุดและแห้งแล้งที่สุดในโลก กำลังเป็นผู้นำในความพยายามเพาะเมฆและเพิ่มปริมาณฝน แต่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของยูเออี  ปฏิเสธว่า ไม่มีการปฏิบัติการดังกล่าวก่อนเกิดพายุ


ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ฝนตกหนักครั้งนี้น่าจะเกิดจากระบบสภาพอากาศปกติที่เลวร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเอสรา อัลนักบี นักพยากรณ์อาวุโสประจำศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของรัฐบาลยูเออี กล่าวว่า ระบบความกดอากาศต่ำในชั้นบรรยากาศชั้นบน ควบคู่ไปกับความกดอากาศต่ำที่พื้นผิวโลก ทำหน้าที่เหมือนแรง 'บีบ' ในอากาศ การบีบตัวดังกล่าวรุนแรงขึ้นจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นที่ระดับพื้นดินกับอุณหภูมิที่เย็นกว่าที่สูงขึ้นไป ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง


พร้อมระบุว่า “ปรากฏการณ์ผิดปกติ” ไม่ใช่เรื่องที่ไม่คาดคิดในเดือนเมษายน เนื่องจากเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ความกดอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดพายุด้วย


นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งรวมทั้งฝนตกหนักขึ้น 




ภาพจาก reuters


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง