หุ้นไทยปิดลบ 4.67 จุด จากแรงเทขายเพราะกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-คลายล็อกดาวน์ไม่หนุน

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทยปิดลบ 4.67 จุด จากแรงเทขายเพราะกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-คลายล็อกดาวน์ไม่หนุน

หุ้นไทยปิดลบ 4.67 จุด จากแรงเทขายเพราะกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย-คลายล็อกดาวน์ไม่หนุน

หุ้นไทยปิดลบ 4.67 จุด จากแรงเทขายเพราะนักลงทุนยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ ศบค.ประกาศคลายล็อกดาวน์ยังไม่ช่วยหนุนตลาดได้

วันนี้( 18 มิ.ย.64) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ที่ระดับ 1,612.98 จุด ลดลง 4.67 จุด (-0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 110,189.28 ล้านบาท โดยการซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีทำระดับสูงสุด 1,622.43 จุด และระดับต่ำสุด 1,604.44 จุด เนื่องจากยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ประกอบราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงทำให้เกิดการขายออกในหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมทั้งนักลงทุนยังขายทำกำไรหุ้นเปิดเมืองหลังจากที่ปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้านี้และบางส่วนรอความคืบหน้าการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มจากทาง ศบค.

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 519 หลักทรัพย์ ลดลง 1,128 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 419 หลักทรัพย์


บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ระบุว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง เช่นเดียวกับตลาดในกลุ่ม TIP ที่ปรับตัวกันลงหมด จากความกังวลผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดการทำ QE ด้วย ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น และเงินบาทก็อ่อนค่า กดดันให้เงินทุนไหลออก รวมไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งน้ำมัน, โลหะ, ทองคำ ต่างก็ปรับตัวลงแรง ปัจจัยดังกล่าวกดดันให้มีแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร ออกมาในวันนี้

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ส่วนตลาดหุ้นในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ติดลบ จากความกังวลเรื่องอังกฤษพบผู้ติดเชื้อโควิดถึง 1 หมื่นคน/วัน หลังจากที่มีข่าวพบเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าในอังกฤษ

โดยแนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้าคาดว่าตลาดฯยังมีความเสี่ยงจากเงินทุนไหลออกอยู่ ทำให้ตลาดฯคงจะปรับตัวขึ้นได้ไม่มาก พร้อมให้แนวรับ 1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620 จุด

ด้านบล.ฟิลลิป มองว่าช่วงสัปดาห์หน้านักลงทุนต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 4 ในวันที่ 23 มิ.ย.64 นี้ ว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.5% หรือไม่ รวมทั้งการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 24 มิ.ย.64 และการเปิดลงทะเบียนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้วันที่ 21 มิ.ย.64 ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะนำเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ย่อตัวเพื่อรอจังหวะการปรับขึ้นของดัชนีหุ้น รวมทั้งทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานหรือหุ้นเปิดเมืองในสัดส่วนไม่เกิน 50% ของพอร์ตการลงทุน


สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

1. GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 6,193.68 ล้านบาท ปิดที่ 4.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.62 บาท

2. SCGP มูลค่าการซื้อขาย 5,155.56 ล้านบาท ปิดที่ 56.50 บาท ลดลง 1.75 บาท

3. PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,950.32 ล้านบาท ปิดที่ 40.00 บาท ลดลง 1.00 บาท

4. OR มูลค่าการซื้อขาย 4,101.66 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

5. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,965.73 ล้านบาท ปิดที่ 123.50 บาท ลดลง 1.00 บาท

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง