TNN online R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย A- อยู่ในระดับ ‘มีเสถียรภาพ’

TNN ONLINE

Wealth

R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย A- อยู่ในระดับ ‘มีเสถียรภาพ’

R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือไทย A- อยู่ในระดับ ‘มีเสถียรภาพ’

R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A- อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ชี้ฟื้นตัวจากท่องเที่ยว ลงทุนภาคอุตสาหกรรม

วันนี้ ( 23 ธ.ค. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) 


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บริษัท Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น จัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ และผู้ออกตราสารหนี้ทั้งในประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ 


โดยบริษัทฯ ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวด้วยการขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ นอกจากนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรม การผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) และสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะปานกลางถึงระยะยาว ขณะที่ภาคการส่งออกชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก


ประกอบกับ แม้ว่าการขาดดุลทางการคลังจะยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงกว่าก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ R&I เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะยังคงสามารถบริหารจัดการภาระหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และยังมีพื้นที่ทางการคลังคงเหลือเพื่อใช้สนับสนุนการดำเนินนโยบายการคลัง ภาคการเงินต่างประเทศมีความแข็งแกร่งโดยดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2566 คาดว่า จะกลับมาเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ระบุอีกว่า รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหา ดำเนินนโยบายการเงินการคลังอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และเป็นไปภายใต้กฎระเบียบ รวมทั้งได้เตรียมมาตการรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ 


นายกรัฐมนตรีพัฒนาส่งเสริมปัจจัยในประเทศให้เหมาะสมรองรับการลงทุน และเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น พบปะพูดคุย เชิญชวนนักลงทุนรายสำคัญของโลกเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งเชื่อมั่นว่าการทำงานอย่างเป็นรูปแบบ มีขั้นตอนนี้ ทำให้ยังคงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการ จัดการบริหารปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม


ข้อมูลจาก : ทำเนียบรัฐบาล

ภาพจาก ทำเนียบรัฐบาล

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง