TNN "โอนเงินเกิน 5 หมื่น" ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้

TNN

Wealth

"โอนเงินเกิน 5 หมื่น" ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้

โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้

โอนเงิน 5 หมื่นบาท-ปรับวงเงิน ต้องสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยมีแบงก์ไหนบ้าง เริ่มพฤษภาคม-มิถุนายน 2566

โอนเงิน 5 หมื่นบาท-ปรับวงเงิน ต้องสแกนใบหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยมีแบงก์ไหนบ้าง เริ่มพฤษภาคม-มิถุนายน 2566


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภัยทุจริตทางการเงินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและหลากหลายรูปแบบ เช่น SMS หลอกลวง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอปพลิเคชันให้สินเชื่อปลอม และแอปพลิเคชันดูดเงิน ภัยหลอกลวงเหล่านี้ส่งผลกระทบให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สิน หรือรายได้ที่เก็บออม รวมทั้งขาดความมั่นใจในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัลของสถาบันการเงิน (สง.) ซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในระยะต่อไป


โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติขั้นต่ำให้ สง. ทุกแห่งปฏิบัติตามเป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการรักษาสมดุลระหว่างการบริหารจัดการความเสี่ยงกับการส่งเสริมบริการทางการเงินดิจิทัล ซึ่ง ธปท. เห็นว่ามาตรการชุดนี้จะช่วยให้ สง. ป้องกันความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ชุดมาตรการด้านการป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนองและรับมือ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้


1. มาตรการป้องกัน เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ให้ สง. งดการส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล และงดส่งลิงก์ขอข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน และเลขบัตรประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน mobile banking (username) ของแต่ละ สง. ให้ใช้ได้ใน 1 อุปกรณ์เท่านั้น โดย สง. ต้องจัดให้มีการแจ้งเตือนผู้ใช้บริการ mobile banking ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง และพัฒนาระบบความปลอดภัยบน mobile banking ให้เท่าทันภัยการเงินรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา

ตลอดจนต้องยกระดับความเข้มงวดในกระบวนการยืนยันตัวตนขั้นต่ำด้วย การใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบข้อมูลอัตลักษณ์ทางกายภาพของลูกค้า (biometrics) เช่น สแกนใบหน้า ในกรณีลูกค้าขอเปิดบัญชีโดยผ่านแอปพลิเคชันของ สง. (non-face-to-face) หรือทำธุรกรรมผ่าน mobile banking ในเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น โอนเงินมากกว่า 50,000 บาท หรือปรับเพิ่มวงเงินทำธุรกรรมต่อวันเป็นตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป  นอกจากนี้ จะกำหนดเพดานวงเงินถอน/โอนสูงสุดต่อวันให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงของกลุ่มผู้ใช้บริการแต่ละประเภท โดยลูกค้าสามารถขอปรับได้ตามความจำเป็น และต้องยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวด


2. มาตรการตรวจจับและติดตามบัญชี หรือธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อให้ สง. ช่วยจำกัดความเสียหายได้เร็วขึ้น และลดการใช้บัญชีม้า ธปท. จะกำหนดเงื่อนไขการตรวจจับและติดตามธุรกรรมเข้าข่ายผิดปกติ หรือกระทำความผิด เพื่อให้ สง. รายงานไปสำนักงาน ปปง. รวมทั้งให้ สง. ต้องมีระบบตรวจจับและติดตามบัญชี หรือธุรกรรมต้องสงสัยแบบ near real-time เพื่อให้สามารถระงับธุรกรรมได้ทันทีเป็นการชั่วคราวเมื่อตรวจพบ

3. มาตรการตอบสนองและรับมือ เพื่อจัดการปัญหาให้ผู้เสียหายได้เร็วขึ้น ให้ สง. ทุกแห่งต้องมีช่องทางติดต่อเร่งด่วน (hotline) ตลอด 24 ชั่วโมง แยกจากช่องทางให้บริการปกติ เพื่อให้ผู้ใช้บริการแจ้งเหตุได้โดยเร็ว รวมทั้งให้ดูแลรับผิดชอบผู้ใช้บริการ หากพบว่าความเสียหายเกิดจากข้อบกพร่องของ สง.


ความคืบหน้า ณ เวลานี้ จะมีธนาคารไหนเรียกลูกค้าเข้าไปสแกนหน้าแล้วบ้าง TNN Online ได้รวบรวมข้อมูลมานำเสนอดังนี้


ธนาคากรุงเทพ


แจ้งว่า เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารกรุงเทพ ยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานแอปพลิเคชัน ดังนี้ 

-จำกัดการใช้งานแอป 1 อุปกรณ์/ท่าน เท่านั้น
-บล็อกการเข้าถึงแอปจากระยะไกล (Remote access)
กรณีลูกค้ามีการเปิดการใช้งาน การช่วยเหลือการเข้าถึง (Accessibility) ลูกค้าจะไม่สามารถเข้าใช้งานแอปได้ จนกว่าจะปิดการใช้งาน Accessibility ที่ “การตั้งค่า” (Settings) ของตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือ
-ลดวงเงินตั้งต้น สำหรับธุรกรรม โอน / จ่าย / เติม จากเดิม 200,000 บาท/วัน เป็น 50,000 บาท/วัน เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยลูกค้าสามารถปรับเพิ่มวงเงินโอน / จ่าย /เติม ได้เอง ผ่านแอป (ดูวิธีเปลี่ยนวงเงินส่วนตัว) ซึ่งจะมีผลเฉพาะกับลูกค้าที่ไม่เคยปรับวงเงินเท่านั้น ลูกค้าที่เคยปรับวงเงินจะไม่ได้รับผลกระทบและยังสามารถใช้วงเงินเดิมที่ตั้งไว้

-เพิ่มการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้ง โดยเริ่มมีผลตั้งแต่พฤษภาคม 2566 ในธุรกรรมต่อไปนี้
รายการโอนเงินไปยังบุคคลอื่นผ่านเลขที่บัญชี/พร้อมเพย์/สแกนคิวอาร์ หรือ เติมเงินพร้อมเพย์/G-Wallet ที่เข้าเงื่อนไขดังนี้
รายการที่มียอดเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป
รายการที่ทำให้ยอดสะสมต่อวัน ครบทุก 200,000 บาท
การปรับเพิ่มวงเงินโอน / จ่ายเงิน ผ่านแอป
ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าได้อย่างสมบูรณ์ กรุณานำบัตรประจำตัวประชาชนไปอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและถ่ายภาพใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ


โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธนาคารกรุงเทพ

 

ธนาคารกรุงไทย


แจ้งว่า กรุงไทยไม่หยุดเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ยกระดับการใช้งานแอปฯ NEXT และ เป๋าตัง สู่การสแกนใบหน้าที่ปลอมแปลงได้ยากกว่า OTP เพื่อยืนยันตัวตนก่อน โอน เติม จ่าย รีบนำบัตรประชาชนไปบันทึกข้อมูลยืนยันตัวตนและถ่ายภาพใบหน้า ได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM กรุงไทย สีเทา
-ปลอดภัยเพื่อให้คุณทำได้คนเดียวเท่านั้น เมื่อ
-โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/ครั้ง
-มูลค่ารวมของการโอนเงินทุกๆ 200,000 บาท/วัน
-ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป
-สะดวก เมื่อต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์มือถือ สามารถใช้งานแอปฯ ได้อย่างต่อเนื่อง 

เริ่ม มิถุนายน 2566


โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก กรุงไทย

 


ธนาคารกรุงศรี


แจ้งว่า เตรียมความพร้อม อย่าลืมมาสแกนใบหน้าเพื่ออัปเดตข้อมูลกัน ลูกค้า KMA krungsri app และ Krungsri Biz Online ที่ยังไม่เคยมีรูปถ่ายกับทางธนาคาร สามารถนำบัตรประชาชนติดต่อสาขาเพื่อเพิ่มใบหน้าได้ทันที
ทำไมต้องรีบไปสแกนหน้า
-ปลอดภัยในการทำรายการต่างๆ กับทางธนาคาร ป้องกันการสวมรอย และใช้ยืนยันการทำรายการที่มียอดเงินสูงรวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินผ่านแอปเร็วๆ นี้
-สะดวก ในกรณีลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ลงแอปใหม่ ลืมรหัส เปลี่ยนเบอร์มือถือ หรือการยืนยันตัวตนเมื่อเปิดบัญชีใหม่ สมัครสินเชื่อ ลูกค้าสามารถใช้งานแอปได้ ไม่สะดุด บน KMA krungsri app

โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธนาคารกรุงศรี

 


ธนาคารออมสิน


แจ้งว่า ยกระดับความปลอดภัย เดือนพฤษภาคมนี้ หากต้องการโอนเงินมากกว่า 50,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลงวงเงิน จะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยการเปรียบเทียบใบหน้าก่อน เพื่อให้เกิดธุรกรรมอย่างสมบูรณ์ ขอให้ท่านเตรียมความพร้อมโดย
-นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขา และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
-ถ่ายภาพสแกนใบหน้า ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ
อย่าลืมอัปเดต MyMo ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด


โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธนาคารออมสิน

 


ธนาคารไทยพาณิชย์


แจ้งว่า เตรียมความพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ผ่านแอป SCB EASY
1. โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2. มูลค่ารวมของธุรกรรมโอนเงินทุก ๆ 200,000 บาท ภายใน 1 วัน
3. ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป
กรุณานำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธนาคารไทยพาณิชย์

 


โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธนาคารไทยพาณิชย์

 


ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส.


แจ้งว่า เตรียมพร้อมสู่การเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยกว่า สแกนใบหน้าเมื่อโอนเงินหรือปรับวงเงินผ่าน A-Mobile Plus รีบนำบัตรประชาชน + สมาร์ตโฟน ลงทะเบียน e-KYC และสมัครใช้บริการ A-Mobile Plus ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาใกล้คุณ
อัปเดตข้อมูลและสแกนใบหน้าไว้ เพื่อความปลอดภัย ตามมาตรการธนาคารแห่งประเทศไทย
-สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการปรับเพิ่มวงเงินทำรายการ
ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/รายการ หรือโอนเงินเกิน 200,000 บาท/วัน
เริ่มวันนี้เป็นต้นไป
-สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น
ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/รายการ หรือโอนเงินเกิน 200,000 บาท/วัน
เริ่มตั้งแต่มิถุนายน 2566
ยังไม่มี A-Mobile Plus ติดเครื่อง โหลดเลย! >> https://onelink.to/nwtcfq

โอนเงินเกิน 5 หมื่น ต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน เช็กเลยแบงก์ไหนเริ่ม พ.ค.-มิ.ย.นี้ ภาพจาก ธกส BAAC Thailand

 



แฟ้มภาพ TNN Online

ข่าวแนะนำ