“อัครนันท์- ครู สกร.” ลงพื้นที่ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อัครนันท์- ครู สกร.” ลงพื้นที่ช่วยประชาชนยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศพส. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน และจำเป็นต้องเร่งเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาจากภาครัฐ โดยเฉพาะการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 9,000 บาท อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่ถนัดการใช้คอมพิวเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องด้วยตนเองได้ ซึ่งอาจทำให้การเข้าถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับเป็นไปด้วยความยากลำบาก


ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และครู สกร. ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชน โดยประสานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในการกรอกข้อมูลและยื่นแบบคำร้องขอรับเงินเยียวยาตามขั้นตอนของภาครัฐ


“เราต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ์ เพียงเพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการยื่นเอกสาร เพราะในวันที่ประชาชนกำลังลำบาก หน่วยงานรัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา” นายอัครนันท์กล่าว


ทั้งนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ครู สกร. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์และมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง


นายอัครนันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเพียงการจัดการเรียนการสอนหรือให้ความรู้เท่านั้น แต่ “ครู” คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเกิดวิกฤต ครูจึงสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประสานงานและพาประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้


“กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดูแลประชาชนเฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องดูแลประชาชนในวันที่เขาเดือดร้อนด้วย เรามีครู สกร. อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากความรู้และกำลังของครูสามารถช่วยให้ประชาชนคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาที่เขามีสิทธิ์ได้รับ เราก็ควรใช้เครือข่ายของเราเข้าไปช่วยทันที”


สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


“ครู สกร. ทั่วประเทศ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของภาครัฐ ในการช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

สรุปข่าว

“อัครนันท์” จับมือ “ครู สกร.” ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ช่วยประชาชน ยื่นคำร้องเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ย้ำ! คนเดือดร้อนต้องเข้าถึงสิทธิ์ แม้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น กระทรวงศึกษาฯ พร้อมช่วยประชาชนในวันที่ลำบาก

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศพส. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน และจำเป็นต้องเร่งเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาจากภาครัฐ โดยเฉพาะการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 9,000 บาท อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่ถนัดการใช้คอมพิวเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องด้วยตนเองได้ ซึ่งอาจทำให้การเข้าถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับเป็นไปด้วยความยากลำบาก


ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และครู สกร. ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ ลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชน โดยประสานและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในการกรอกข้อมูลและยื่นแบบคำร้องขอรับเงินเยียวยาตามขั้นตอนของภาครัฐ


“เราต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ์ เพียงเพราะเขาใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการยื่นเอกสาร เพราะในวันที่ประชาชนกำลังลำบาก หน่วยงานรัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเขา” นายอัครนันท์กล่าว


ทั้งนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ครู สกร. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์และมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง


นายอัครนันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเพียงการจัดการเรียนการสอนหรือให้ความรู้เท่านั้น แต่ “ครู” คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเกิดวิกฤต ครูจึงสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประสานงานและพาประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้


“กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดูแลประชาชนเฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องดูแลประชาชนในวันที่เขาเดือดร้อนด้วย เรามีครู สกร. อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากความรู้และกำลังของครูสามารถช่วยให้ประชาชนคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาที่เขามีสิทธิ์ได้รับ เราก็ควรใช้เครือข่ายของเราเข้าไปช่วยทันที”


สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


“ครู สกร. ทั่วประเทศ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของภาครัฐ ในการช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ทั้งนี้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนไปยังหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ครู สกร. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องผ่านระบบด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์และมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้อย่างทั่วถึง


นายอัครนันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีเพียงการจัดการเรียนการสอนหรือให้ความรู้เท่านั้น แต่ “ครู” คือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเกิดวิกฤต ครูจึงสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประสานงานและพาประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐได้


“กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ดูแลประชาชนเฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องดูแลประชาชนในวันที่เขาเดือดร้อนด้วย เรามีครู สกร. อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากความรู้และกำลังของครูสามารถช่วยให้ประชาชนคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาที่เขามีสิทธิ์ได้รับ เราก็ควรใช้เครือข่ายของเราเข้าไปช่วยทันที”


สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


“ครู สกร. ทั่วประเทศ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของภาครัฐ ในการช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”


สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการใช้เทคโนโลยี และครัวเรือนที่ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


“ครู สกร. ทั่วประเทศ พร้อมเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของภาครัฐ ในการช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”


ที่มาข้อมูล : กระทรวงศึกษาธิการ

ที่มารูปภาพ : กระทรวงศึกษาธิการ