ทำไม?บางคนยิ่งคุยด้วย "ยิ่งรู้สึกเหนื่อย" สัญญาณเตือนว่าขอบเขตทางใจกำลังพัง!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไม?บางคนยิ่งคุยด้วย "ยิ่งรู้สึกเหนื่อย" สัญญาณเตือนว่าขอบเขตทางใจกำลังพัง!

ทำไมบางคนยิ่งคุยด้วย ยิ่งรู้สึกเหนื่อย?

บางคนไม่ได้ทำอะไรผิดกับเราเลย แต่ทุกครั้งที่คุยกัน กลับรู้สึกเหนื่อย หมดพลัง หรืออารมณ์ตกหลังจากบทสนทนาจบ นี่คือ "คนดูดพลัง" จริงๆ หรือความรู้สึกแบบนี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับขอบเขตทางอารมณ์ (Emotional Boundaries) ของเรา?


Emotional Draining เกิดขึ้นได้จากอะไร

Emotional Draining คือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่เกิดจากความเครียดสะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลทั้งทางร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ ความอยากอาหารลดลง ปวดเมื่อย ปวดหัว ปวดท้อง และทางจิตใจ เช่น ขี้ลืม สับสน ขาดสมาธิ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ขาดแรงจูงใจ วิตกกังวล อารมณ์เศร้า หรือรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว


อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องมีอาการทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละบุคคล และ Emotional Draining เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความไม่สมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว หรือแม้แต่การสนทนาที่ไม่สมดุลที่ต้องใช้พลังงานรับฟังอยู่ฝ่ายเดียว


ความเหนื่อยจากการพูดคุยเกี่ยวข้องกับ Empathy หรือเปล่า

การพูดคุยด้วยความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) ไม่ได้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์โดยตรง แต่เมื่ออยู่ในภาวะเหนื่อยล้าสะสมมาระยะหนึ่งแล้ว การแสดงความเข้าอกเข้าใจกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น โดยเฉพาะในการสนทนาที่ไม่สมดุล เช่น ต้องรับฟังอยู่ฝ่ายเดียว หรือหากมีมุมมองว่ากำลังแบกรับอารมณ์ของคนอื่นอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความเหนื่อยล้านั้นให้มากขึ้นอีก

สรุปข่าว

คุยเสร็จแล้วหมดพลัง? ไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวหากจะถอยออกมาพัก การตั้งขอบเขตทางใจ (Emotional Boundaries) และกล้าปฏิเสธ คือการเซฟแบตเตอรี่ตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ทำไมบางคนยิ่งคุยด้วย ยิ่งรู้สึกเหนื่อย?

บางคนไม่ได้ทำอะไรผิดกับเราเลย แต่ทุกครั้งที่คุยกัน กลับรู้สึกเหนื่อย หมดพลัง หรืออารมณ์ตกหลังจากบทสนทนาจบ นี่คือ "คนดูดพลัง" จริงๆ หรือความรู้สึกแบบนี้กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับขอบเขตทางอารมณ์ (Emotional Boundaries) ของเรา?


Emotional Draining เกิดขึ้นได้จากอะไร

Emotional Draining คือความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ที่เกิดจากความเครียดสะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลทั้งทางร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ ความอยากอาหารลดลง ปวดเมื่อย ปวดหัว ปวดท้อง และทางจิตใจ เช่น ขี้ลืม สับสน ขาดสมาธิ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ขาดแรงจูงใจ วิตกกังวล อารมณ์เศร้า หรือรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว


อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องมีอาการทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละบุคคล และ Emotional Draining เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความไม่สมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว หรือแม้แต่การสนทนาที่ไม่สมดุลที่ต้องใช้พลังงานรับฟังอยู่ฝ่ายเดียว


ความเหนื่อยจากการพูดคุยเกี่ยวข้องกับ Empathy หรือเปล่า

การพูดคุยด้วยความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) ไม่ได้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์โดยตรง แต่เมื่ออยู่ในภาวะเหนื่อยล้าสะสมมาระยะหนึ่งแล้ว การแสดงความเข้าอกเข้าใจกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น โดยเฉพาะในการสนทนาที่ไม่สมดุล เช่น ต้องรับฟังอยู่ฝ่ายเดียว หรือหากมีมุมมองว่ากำลังแบกรับอารมณ์ของคนอื่นอยู่ ก็ยิ่งเพิ่มความเหนื่อยล้านั้นให้มากขึ้นอีก

จะแยกอย่างไรว่า "อีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ" หรือ "ความสัมพันธ์นี้กำลังทำให้เราเหนื่อยเกินไป"

สิ่งสำคัญคือการสำรวจและตระหนักในตัวเองว่าตอนนี้มีความพร้อมมากพอไหมที่จะอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อ หากไม่พร้อมก็อาจต้องถอยมาดูแลตัวเองก่อน


ลองสังเกตดูว่าความเหนื่อยนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวแต่ยังรับมือได้และดีขึ้นตามลำดับ หรือเป็นความเหนื่อยที่เกิดซ้ำๆ จากรูปแบบความสัมพันธ์ที่ต้องรับฟังหรือช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียวตลอด และเมื่อบอกว่าไม่พร้อม อีกฝ่ายเคารพขอบเขตของเราหรือไม่ ถ้าไม่ ความสัมพันธ์นี้อาจกำลังทำให้เราเหนื่อยล้าทางอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ


การตั้งขอบเขตกับคนที่รักเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวไหม

ไม่เลย หากทำอย่างถูกวิธีโดย…

1.    รับรู้ความต้องการของตัวเองก่อน

2.    สื่อสารออกไปอย่างชัดเจนและกระชับ

3.    กล้าปฏิเสธอย่างเหมาะสม

4.    มีความสม่ำเสมอในการรักษาจุดยืนเพื่อให้อีกฝ่ายได้เรียนรู้และเข้าใจขอบเขตของเรา


สิ่งสำคัญในความสัมพันธ์คือการสื่อสารเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกัน

สัญญาณที่บอกว่าควรพักจากความสัมพันธ์ชั่วคราว

หาก Emotional Draining เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกครั้งที่พูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่าย จนเริ่มส่งผลต่ออารมณ์ การพักผ่อน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน หรือรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการรองรับอารมณ์ของอีกฝ่ายตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าควรถอยออกมาชั่วคราวเพื่อดูแลตัวเอง ลดความเหนื่อยล้า พักใจ และเติมพลังให้ตัวเอง เพื่อให้มีความพร้อมกลับมาดูแลความสัมพันธ์ต่อไป


หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

⦁    Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

⦁    Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

ที่มาข้อมูล : ไพซอล ดาเด๊ะ นักจิตวิทยาคลินิก

ที่มารูปภาพ : Envato

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง