ทำไมคำว่า "ช่างมัน" จึงเป็นหนึ่งในวิธีเยียวยาจิตใจ ที่"ทรงพลัง"ที่สุด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมคำว่า "ช่างมัน" จึงเป็นหนึ่งในวิธีเยียวยาจิตใจ ที่"ทรงพลัง"ที่สุด!

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"  โดยระบุว่า


เราไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิตอย่างเดียว แต่อาจเหนื่อยเพราะแคร์มากเกินไป

จิตวิทยาเบื้องหลังคำว่า “ช่างมัน”


บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยที่สุด อาจไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เป็นความพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เราต้องการ ทั้งการพยายามให้คนอื่นเข้าใจเรา อธิบายตัวเองกับคนที่ตัดสินเราไปแล้ว ย้อนกลับไปแก้อดีต หรือพยายามควบคุมอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และในบางช่วงของชีวิต คำธรรมดาๆอย่าง “ช่างมัน” อาจช่วยคืนพื้นที่ในใจให้เราได้มากกว่าคำปลอบใจที่สวยงามครับ


แน่นอนว่า “ช่างมัน” ไม่ได้หมายถึงการไม่รับผิดชอบหรือหนีปัญหา เพราะเรื่องที่เป็นหน้าที่ของเรา ความผิดที่ควรแก้ หรือปัญหาที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ เรายังต้องจัดการกับมันครับ แต่ “ช่างมัน” ที่ดีต่อใจ คือการเริ่มแยกให้ออกว่า "อะไรเป็นสิ่งที่เราทำได้" และ "อะไรอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา"

สรุปข่าว

เราไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิต แต่เหนื่อยเพราะแคร์และพยายามควบคุมทุกอย่างมากเกินไป จิตวิทยาเบื้องหลังคำว่า “ช่างมัน” จึงไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการหยุดจ่ายพลังใจให้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพื่อคืนความสงบให้จิตใจและอนุญาตให้ตัวเองได้เดินหน้าต่อ

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"  โดยระบุว่า


เราไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิตอย่างเดียว แต่อาจเหนื่อยเพราะแคร์มากเกินไป

จิตวิทยาเบื้องหลังคำว่า “ช่างมัน”


บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยที่สุด อาจไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เป็นความพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่เราต้องการ ทั้งการพยายามให้คนอื่นเข้าใจเรา อธิบายตัวเองกับคนที่ตัดสินเราไปแล้ว ย้อนกลับไปแก้อดีต หรือพยายามควบคุมอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และในบางช่วงของชีวิต คำธรรมดาๆอย่าง “ช่างมัน” อาจช่วยคืนพื้นที่ในใจให้เราได้มากกว่าคำปลอบใจที่สวยงามครับ


แน่นอนว่า “ช่างมัน” ไม่ได้หมายถึงการไม่รับผิดชอบหรือหนีปัญหา เพราะเรื่องที่เป็นหน้าที่ของเรา ความผิดที่ควรแก้ หรือปัญหาที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ เรายังต้องจัดการกับมันครับ แต่ “ช่างมัน” ที่ดีต่อใจ คือการเริ่มแยกให้ออกว่า "อะไรเป็นสิ่งที่เราทำได้" และ "อะไรอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา"

ความคิดเห็นของคนอื่น อดีตที่ผ่านไปแล้ว หรือผลลัพธ์บางอย่างที่เราทำเต็มที่แล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่การคิดซ้ำอีกสิบรอบอาจไม่ได้ช่วยให้มันเปลี่ยนไปครับ มนุษย์มักรู้สึกปลอดภัยเมื่อรู้สึกว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ยิ่งเราพยายามควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ใจก็ยิ่งเหนื่อย คล้ายกับการกำพวงมาลัยแน่นทั้งที่รถติดอยู่กับที่ มือเราอาจเจ็บขึ้นเรื่อยๆแต่รถก็ไม่ได้เคลื่อนไปไหนครับ


ในความหมายนี้ “ช่างมัน” จึงเหมือนการพูดกับสมองว่า “เรื่องนี้เราคิดมาพอแล้ว” เราไม่จำเป็นต้องชนะทุกข้อถกเถียง ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนเข้าใจ และไม่จำเป็นต้องรอให้อดีตได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ก่อนจะอนุญาตให้ตัวเองเดินต่อครับ


หลายครั้งสิ่งที่เราเรียกว่า “ปล่อยวาง” ฟังดูสูงส่ง แต่คำว่า “ช่างมัน” อาจเป็นภาษาชาวบ้านของสิ่งเดียวกัน มันไม่ได้แปลว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่หมายถึงว่า แม้มันจะสำคัญ เราก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายพลังใจให้มันตลอดเวลาครับ 


เพราะสุขภาพจิตที่ดีอาจไม่ได้หมายถึงการจัดการทุกปัญหาในชีวิตได้สำเร็จ แต่อาจหมายถึงการรู้ว่า ปัญหาไหนควรแก้ ปัญหาไหนควรยอมรับ และปัญหาไหนถึงเวลาพูดกับมันเบาๆว่า ช่างมันเถอะ


นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี 


ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา https://www.facebook.com/D2JED/posts/pfbid0fYAmnBj7XB1i9W6DPgPCTPT6GrYyXX5tFSPYXH9Ly7A8WfBexDqKGJ2Qy5T6NUKyl


ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ