คนไทยรักสุขภาพมากนะ 46.4% ออกกำลังสม่ำเสมอ 5 วันขึ้นไป มองว่าเงินซื้อสุขภาพไม่ได้ต้องทำเอง

Share on Line Share on Facebook Share on X
คนไทยรักสุขภาพมากนะ  46.4% ออกกำลังสม่ำเสมอ 5 วันขึ้นไป มองว่าเงินซื้อสุขภาพไม่ได้ต้องทำเอง

นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง “สุขภาพดี มีต้นทุน” ระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน 2569 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกาย ค่าใช้จ่าย และมุมมองของประชาชนต่อการเข้าถึงการมีสุขภาพที่ดี โดยมีผู้ตอบ 1,976 คน พบว่า มีผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างสม่ำเสมอ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ร้อยละ 46.4 รองลงมา คือ 3–4 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 30.5 

ทั้งนี้ กรมอนามัยแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยประมาณ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี 


สรุปข่าว

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการสำรวจอนามัยโพล “สุขภาพดี มีต้นทุน” พบ ประชาชนส่วนใหญ่ออกกำลังกาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ร้อยละ 61.5 และมองว่ารายได้หรือฐานะทางการเงินมีผลต่อการมีสุขภาพดีน้อย ร้อยละ 43.6 ผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างสม่ำเสมอ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ร้อยละ 46.4

นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้สำรวจอนามัยโพล เรื่อง “สุขภาพดี มีต้นทุน” ระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน 2569 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกาย ค่าใช้จ่าย และมุมมองของประชาชนต่อการเข้าถึงการมีสุขภาพที่ดี โดยมีผู้ตอบ 1,976 คน พบว่า มีผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างสม่ำเสมอ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์ ร้อยละ 46.4 รองลงมา คือ 3–4 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 30.5 

ทั้งนี้ กรมอนามัยแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยประมาณ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี 


เมื่อสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายในการออกกำลังกาย พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือแทบไม่เสียค่าใช้จ่าย ร้อยละ 61.5 ขณะที่มีบางคนเสียค่าใช้จ่าย 1,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 29.9 ส่วนความคิดเห็นด้านรายได้หรือฐานะทางการเงินต่อการมีสุขภาพดี ส่วนใหญ่มองว่ารายได้มีผลน้อยต่อการมีสุขภาพดี ร้อยละ 43.6 รองลงมามองว่ามีผลปานกลาง ร้อยละ 32.8 

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้แรงในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานบ้าน งานช่าง ส่วนใหญ่ตอบว่าสามารถทดแทนการออกกำลังกายได้บางส่วน แต่ควรบริหารร่างกายและยืดเหยียดเพิมเติม ร้อยละ 63.4 สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง


“เมื่อสอบถามถึงปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเข้าถึงการมีสุขภาพดี พบว่า ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะ ลานกีฬา และสวนสาธารณะที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่าย ร้อยละ 38 รองลงมา คือ การส่งเสริมกิจกรรมกีฬาที่เข้าร่วมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ร้อยละ 30.6 และการให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายและโภชนาการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ฟรี ร้อยละ 19.99 

ทั้งนี้ กรมอนามัยจะนำผลอนามัยโพลนี้ไปใช้ในการวางแผนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย โดยสนับสนุนกิจกรรมกีฬาในชุมชนที่เข้าร่วมได้ฟรี ควบคู่กับการสร้างความรู้เรื่องการบริหารร่างกาย การยืดเหยียด และการเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน รวมถึงความรู้ด้านโภชนาการที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ทุกคนดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง และเข้าถึงการมีสุขภาพดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มาข้อมูล : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ