
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า
การปรับตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 CTL กับความลับของการมีสุขภาพดีในวัยยืนยาวเกินร้อยปี
เมื่อเข้าสู่วัยชรา ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มักจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคเรื้อรังต่างๆ มากขึ้น แต่ในกลุ่มผู้มีอายุยืนยาวระดับร้อยปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 110 ปีขึ้นไป (supercentenarians) กลับพบว่าสามารถรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและชะลอการเกิดโรคสำคัญที่สัมพันธ์กับอายุได้อย่างน่าสนใจ ทีมนักวิจัยจึงได้ทำการศึกษาเชิงลึกเพื่อไขความลับในระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนกลุ่มนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่เซลล์ภูมิคุ้มกันกลุ่มพิเศษที่เรียกว่า CD4 cytotoxic T lymphocytes หรือ CD4 CTL โดยทั่วไปในระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 T cell มักจะทำหน้าที่หลักเป็นเซลล์ผู้ช่วยหรือ CD4 helper T cell ซึ่งคอยประสานงานและส่งสัญญาณกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ
ขณะที่หน้าที่ในการเข้าทำลายเซลล์เป้าหมายโดยตรงมักเป็นบทบาทของ CD8 T cell แต่ว่าในร่างกายยังมีเซลล์กลุ่มพิเศษที่เรียกว่า CD4 cytotoxic T lymphocytes หรือ CD4 CTL ซึ่งก้าวข้ามการแบ่งบทบาทแบบเดิม โดยยังคงแสดงโมเลกุล CD4 บนผิวเซลล์ แต่กลับมีความสามารถในการผลิตโมเลกุลทำลายล้าง เช่น granzyme B และ perforin เพื่อกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติได้ด้วยตนเองผ่านการจดจำโมเลกุล MHC class II
ในภาวะปกติของคนทั่วไป เซลล์ CD4 CTL จะพบได้น้อยมากในกระแสเลือด โดยมักมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 5 ของประชากร T cell ทั้งหมด แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระดับเซลล์เดี่ยวหรือ single-cell profiling ทีมนักวิจัยพบว่าสัดส่วนของ CD4 CTL จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเข้าสู่วัยประมาณ 100 ปีขึ้นไป โดยในกลุ่ม supercentenarians มีสูงถึงร้อยละ 17.6 เมื่อติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงพบว่า เซลล์ helper T cell มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น CD4 CTL อย่างเป็นลำดับขั้น ซึ่งเริ่มมีการแสดงออกของยีนที่ใช้สร้างสารพิษทำลายเซลล์ในระดับปานกลาง จนกลายสภาพเป็นเซลล์นักฆ่าเต็มตัว
สิ่งที่น่าสนใจมากๆคือ แม้เซลล์เหล่านี้จะผ่านการพัฒนาจนอยู่ในระยะท้าย แต่กลับไม่มีการแสดงออกของตัวบ่งชี้ภาวะหมดแรงของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งสะท้อนว่าเซลล์ยังคงมีศักยภาพในการทำงานได้อย่างสมบูรณ์

สรุปข่าว
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า
การปรับตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 CTL กับความลับของการมีสุขภาพดีในวัยยืนยาวเกินร้อยปี
เมื่อเข้าสู่วัยชรา ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มักจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคเรื้อรังต่างๆ มากขึ้น แต่ในกลุ่มผู้มีอายุยืนยาวระดับร้อยปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 110 ปีขึ้นไป (supercentenarians) กลับพบว่าสามารถรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและชะลอการเกิดโรคสำคัญที่สัมพันธ์กับอายุได้อย่างน่าสนใจ ทีมนักวิจัยจึงได้ทำการศึกษาเชิงลึกเพื่อไขความลับในระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนกลุ่มนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่เซลล์ภูมิคุ้มกันกลุ่มพิเศษที่เรียกว่า CD4 cytotoxic T lymphocytes หรือ CD4 CTL โดยทั่วไปในระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 T cell มักจะทำหน้าที่หลักเป็นเซลล์ผู้ช่วยหรือ CD4 helper T cell ซึ่งคอยประสานงานและส่งสัญญาณกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ
ขณะที่หน้าที่ในการเข้าทำลายเซลล์เป้าหมายโดยตรงมักเป็นบทบาทของ CD8 T cell แต่ว่าในร่างกายยังมีเซลล์กลุ่มพิเศษที่เรียกว่า CD4 cytotoxic T lymphocytes หรือ CD4 CTL ซึ่งก้าวข้ามการแบ่งบทบาทแบบเดิม โดยยังคงแสดงโมเลกุล CD4 บนผิวเซลล์ แต่กลับมีความสามารถในการผลิตโมเลกุลทำลายล้าง เช่น granzyme B และ perforin เพื่อกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติได้ด้วยตนเองผ่านการจดจำโมเลกุล MHC class II
ในภาวะปกติของคนทั่วไป เซลล์ CD4 CTL จะพบได้น้อยมากในกระแสเลือด โดยมักมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 5 ของประชากร T cell ทั้งหมด แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในระดับเซลล์เดี่ยวหรือ single-cell profiling ทีมนักวิจัยพบว่าสัดส่วนของ CD4 CTL จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเข้าสู่วัยประมาณ 100 ปีขึ้นไป โดยในกลุ่ม supercentenarians มีสูงถึงร้อยละ 17.6 เมื่อติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงพบว่า เซลล์ helper T cell มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น CD4 CTL อย่างเป็นลำดับขั้น ซึ่งเริ่มมีการแสดงออกของยีนที่ใช้สร้างสารพิษทำลายเซลล์ในระดับปานกลาง จนกลายสภาพเป็นเซลล์นักฆ่าเต็มตัว
สิ่งที่น่าสนใจมากๆคือ แม้เซลล์เหล่านี้จะผ่านการพัฒนาจนอยู่ในระยะท้าย แต่กลับไม่มีการแสดงออกของตัวบ่งชี้ภาวะหมดแรงของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซึ่งสะท้อนว่าเซลล์ยังคงมีศักยภาพในการทำงานได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อนักวิจัยเจาะลึกโครงสร้างตัวรับบนผิวเซลล์หรือ T cell receptor (TCR) พบว่าเซลล์ CD4 CTL มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนแบบจำเพาะเจาะจงหรือ clonal expansion อย่างเด่นชัด โดยโคลนที่ใหญ่ที่สุดสามารถครองสัดส่วนเฉลี่ยถึง 1 ใน 3 ของประชากร CD4 CTL ทั้งหมดในแต่ละบุคคล บ่งบอกถึงการตอบสนองต่อการกระตุ้นซ้ำๆ จากแอนติเจนที่คงอยู่อย่างต่อเนื่องยาวนานในร่างกาย (persistent antigens)
นอกจากนี้ เซลล์กลุ่มนี้ยังแสดงลักษณะเฉพาะที่ไม่พบใน CD4 ทั่วไป เช่น การแสดงออกของยีน TCR-gamma และการพบสายรับสัญญาณคู่ (dual TCR) และเมื่อนำลำดับกรดอะมิโนบริเวณ CDR3-beta ของโคลนหลักไปเทียบเคียงกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ พบว่ามีความตรงกันอย่างสมบูรณ์กับตัวรับของ T cell ที่ตรวจพบในก้อนเนื้องอกของผู้ป่วยมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอดชนิด non-small cell lung cancer (NSCLC) ทั้งที่กลุ่มผู้มีอายุเกินร้อยปีในการศึกษานี้ไม่มีประวัติการป่วยด้วยโรคมะเร็งดังกล่าว
ปรากฏการณ์นี้จึงสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า CD4 CTL น่าจะทำหน้าที่เป็นแนวหน้าในการตรวจตราและเข้าทำลายเซลล์ผิดปกติหรือเซลล์ก่อนมะเร็งตั้งแต่ระยะแฝง (subclinical) ช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์เหล่านั้นเติบโตจนกลายเป็นโรคร้ายแรง

ความสามารถของ CD4 CTL ยังพบว่ามีความยืดหยุ่นทางหน้าที่ในระดับสูง โดยเซลล์ที่มาจากโคลนทางพันธุกรรมเดียวกันสามารถปรับเปลี่ยนและหลั่งสารกลุ่ม interleukin ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งช่วยให้เซลล์สามารถตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมทางภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม ขณะที่ยังคงรักษาฤทธิ์ในการทำลายผ่านการหลั่ง IFN-gamma และ TNF-alpha เอาไว้ครบถ้วน
หลักฐานทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การสะสมของ CD4 CTL ในผู้สูงอายุระดับเกินร้อยปีไม่ได้เป็นเพียงความเสื่อมถอยหรือความผิดปกติที่เกิดจากวัยชรา หากแต่เป็นกลยุทธ์การปรับตัวของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อเปลี่ยนจุดเน้นจากการรับมือกับเชื้อโรคใหม่ๆ หลากหลายชนิด ไปสู่การรับมือกับแอนติเจนเรื้อรังที่ตกค้างในร่างกายตามกาลเวลา ความเข้าใจเชิงลึกในกลไกนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ไม่เพียงอธิบายความลับของการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แต่ยังเปิดโอกาสสู่การพัฒนาแนวทางภูมิคุ้มกันบำบัดแบบจำเพาะเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคร้ายในสังคมผู้สูงอายุต่อไปในอนาคต

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "AnanJongkaewwattana" https://www.facebook.com/anan.jongkaewwattana/posts/pfbid0388xsXawUwgARWLkDUqBXCUAhvUEuPfR9kSqoy1uX9GEZktf2UDiTu13Wz2UaJrUvlan
- 1 ใน 5 ประชากรโลกมีแนวโน้มเป็นมะเร็ง
- ข่าวดี "ผู้ป่วยมะเร็งยากจน" รพ.มงกุฎวัฒนะ ให้บริการหอพักฟรี อาหาร 3 มื้อ ช่วยค่าเดินทาง ระหว่างรักษา
- นวัตกรรมใหม่ "เปลี่ยนเซลล์มะเร็งเป็นวัคซีน" All-in-One ปลุกภูมิคุ้มกันครอบคลุม
- มะเร็งทั่วโลกเพิ่มขึ้น อ้างข้อมูลสหรัฐฯ พบหลายชนิดพุ่งในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี
- 6 พฤติกรรมเสี่ยงมะเร็งที่คนไทยทำทุกวัน WHO ชี้เกือบ 40% ป้องกันได้
ที่มาข้อมูล : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ที่มารูปภาพ : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ,Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
