ศึกษาพบคนอายุน้อยในออสเตรเลียเผชิญ ความเหงา กระทบคุณภาพชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศึกษาพบคนอายุน้อยในออสเตรเลียเผชิญ ความเหงา กระทบคุณภาพชีวิต

เมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์มากกว่า 53,000 รายการ ซึ่งรวบรวมจากชาวออสเตรเลียอายุ 15 ปีขึ้นไปเกือบ 22,000 คน ระหว่างการสำรวจระดับประเทศ 4 รอบ และพบว่าความเหงาส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของชาวออสเตรเลียอายุ 15-24 ปี มากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ โดยคนอายุน้อยสูญเสียคุณภาพชีวิตจากความเหงามากกว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า


สรุปข่าว

วิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียพบว่า คนอายุ 15–24 ปีได้รับผลกระทบจากความเหงาต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพมากกว่ากลุ่มอายุอื่น โดยความเหงาและความโดดเดี่ยวทางสังคมเป็นคนละภาวะ แต่หากเกิดร่วมกันอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากขึ้น สะท้อนความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมในทุกช่วงวัย

เมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยผลวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์มากกว่า 53,000 รายการ ซึ่งรวบรวมจากชาวออสเตรเลียอายุ 15 ปีขึ้นไปเกือบ 22,000 คน ระหว่างการสำรวจระดับประเทศ 4 รอบ และพบว่าความเหงาส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจของชาวออสเตรเลียอายุ 15-24 ปี มากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ โดยคนอายุน้อยสูญเสียคุณภาพชีวิตจากความเหงามากกว่าผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า


คณะนักวิจัยได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกเหงากับความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมกับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น สถานะการจ้างงาน รายได้ สภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งพบว่าร้อยละ 18 ของคนอายุ 15-24 ปีมีความรู้สึกเหงา ขณะร้อยละ 12 ของผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมีความรู้สึกเหงา แต่ผู้สูงอายุชาวออสเตรเลียมีความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคมมากกว่า

อนึ่ง การศึกษานี้ได้ประเมินคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพตามมาตรวัดตั้งแต่ 0 (เทียบเท่าการเสียชีวิต) ถึง 1 (สุขภาพสมบูรณ์)

ผลการศึกษาพบในกลุ่มคนอายุ 15-24 ปี ความเหงามีความเชื่อมโยงกับค่าอรรถประโยชน์ด้านสุขภาพ (health utility) ที่ลดลง 0.079 จุด ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่นๆ ในการศึกษา โดยในทุกกลุ่มอายุ ค่าอรรถประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้มีความรู้สึกเหงาเพียงอย่างเดียวลดลง 0.061 จุด เมื่อเทียบกับผู้ไม่มีทั้งความเหงาและความโดดเดี่ยวทางสังคม ส่วนผู้มีความโดดเดี่ยวทางสังคมอย่างเดียวมีค่าดังกล่าวลดลง 0.020 จุด และผู้มีทั้งสองภาวะร่วมกันมีค่าลดลง 0.102 จุด

ทั้งนี้ ฟิครู ริซาล หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่าผลการศึกษานี้เน้นย้ำความสำคัญของการตระหนักถึงภาวะความเหงาในทุกช่วงวัย และการแยกแยะความเหงาออกจากความโดดเดี่ยวทางสังคม ซึ่งหมายถึงการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและความสัมพันธ์กับผู้อื่นในเชิงกายภาพน้อยลงตามความเป็นจริง


ที่มาข้อมูล : ซินหัว

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ