"หึงจนสติแตก" หรือป่วยเป็นโรค? รู้จัก "Othello Syndrome" โรคหลงผิดคิดว่า"แฟนมีชู้"

เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เผยแพร่บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะหลงผิดเหตุหึงหวง โดยระบุว่า
โรคหลงผิดคิดว่าคู่ครองนอกใจ
อาการ Othello Syndrome หรือในทางจิตเวชเรียกว่า Jealousy Delusion (ภาวะหลงผิดเหตุหึงหวง) เป็นภาวะทางจิตเวชในกลุ่ม โรคจิต (Psychosis) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีการรับรู้ความจริงที่ผิดปกติไปจากความเป็นจริง
ลักษณะเด่นคือ คนไข้จะมีความเชื่ออย่างปักใจเชื่อมั่นอย่างรุนแรงว่า "แฟน หรือ คู่ครอง ของตนเองกำลังนอกใจ หรือแอบมีชู้" โดยที่ความเชื่อนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความจริง และไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใดๆ มาสนับสนุนเลยแม้แต่น้อย
ที่มาของชื่อ Othello Syndrome
ชื่อของภาวะนี้มีที่มาจากวรรณกรรมคลาสสิกอันโด่งดังของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ในละครเรื่อง Othello ซึ่งตัวเอกคือ โอเทลโล ถูกตัวร้ายปั่นหัวจนเกิดความระแวงและหลงผิดอย่างรุนแรงว่าภรรยาของตนหักหลังนอกใจ จนสุดท้ายความหึงหวงและความหลงผิดนั้นนำไปสู่โศกนาฏกรรมด้วยการสังหารภรรยาของตัวเอง

สรุปข่าว
เฟซบุ๊ก แฟนเพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้เผยแพร่บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ ภาวะหลงผิดเหตุหึงหวง โดยระบุว่า
โรคหลงผิดคิดว่าคู่ครองนอกใจ
อาการ Othello Syndrome หรือในทางจิตเวชเรียกว่า Jealousy Delusion (ภาวะหลงผิดเหตุหึงหวง) เป็นภาวะทางจิตเวชในกลุ่ม โรคจิต (Psychosis) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีการรับรู้ความจริงที่ผิดปกติไปจากความเป็นจริง
ลักษณะเด่นคือ คนไข้จะมีความเชื่ออย่างปักใจเชื่อมั่นอย่างรุนแรงว่า "แฟน หรือ คู่ครอง ของตนเองกำลังนอกใจ หรือแอบมีชู้" โดยที่ความเชื่อนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความจริง และไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใดๆ มาสนับสนุนเลยแม้แต่น้อย
ที่มาของชื่อ Othello Syndrome
ชื่อของภาวะนี้มีที่มาจากวรรณกรรมคลาสสิกอันโด่งดังของ วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) ในละครเรื่อง Othello ซึ่งตัวเอกคือ โอเทลโล ถูกตัวร้ายปั่นหัวจนเกิดความระแวงและหลงผิดอย่างรุนแรงว่าภรรยาของตนหักหลังนอกใจ จนสุดท้ายความหึงหวงและความหลงผิดนั้นนำไปสู่โศกนาฏกรรมด้วยการสังหารภรรยาของตัวเอง

ลักษณะอาการและการแสดงออกของคนไข้
1. ยึดมั่นในความเชื่อผิดๆ: พยายามค้นหาและจับผิดทุกพฤติกรรมของคู่ครองมาเชื่อมโยงกับการนอกใจ เช่น มาสายห้านาที มองหน้าคนอื่น หรือโทรศัพท์ติดสาย
2. พฤติกรรมสะกดรอยและตรวจสอบ: ชอบแอบเช็กโทรศัพท์ ค้นข้าวของส่วนตัว ตามสืบ หรือหวาดระแวงตลอดเวลาจนสร้างความทุกข์ทรมานใจให้กับทั้งตนเองและคนรัก
3. ไม่รับฟังเหตุผล: แม้จะพยายามอธิบายด้วยหลักฐาน ความจริง หรือเหตุผลอย่างไร คนไข้ก็จะไม่ยอมรับฟัง และยังคงปักใจเชื่อในความคิดหลงผิดนั้นอย่างเดิม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การแยกแยะความจริงกับโรคจิต
ความยากและความท้าทายที่สุดในการวินิจฉัยภาวะ Othello Syndrome คือ การต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าเป็น "อาการหลงผิดจริงๆ" หรือเป็น "เรื่องจริงที่เกิดขึ้น"
• ทางการแพทย์จำเป็นต้องสอบทานประวัติและบริบทอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด
• ในบางครั้ง คนไข้ที่มีอาการโรคจิตเภท (Schizophrenia) หรือโรคหลงผิด อาจพูดเรื่องคู่ครองนอกใจ แต่เมื่อสืบหาข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าคู่ครองของคนไข้มีการนอกใจจริง หรือมีบ้านน้อยจริงๆ กรณีแบบนี้ก็จะไม่ถือว่าเป็นอาการหลงผิด Othello Syndrome

ข้อแนะนำทางการแพทย์: ภาวะหลงผิดเหตุหึงหวงเป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมองและการทำงานของระบบประสาท การใช้ยารักษาโรคจิต (Antipsychotics) ร่วมกับการทำจิตบำบัดภายใต้การดูแลของจิตแพทย์ จะช่วยลดความกังวลและปรับความคิดหลงผิดให้กลับมาสู่ความเป็นจริงได้
ใครเคยเจอประสบการณ์หรือเคยได้ยินเกี่ยวกับภาวะหึงหวงรุนแรงแบบ Othello Syndrome บ้าง ลองคอมเมนต์มาพูดคุยและแชร์มุมมองกันได้
ข้อมูลจาก เพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ"
- ลบภาพความซับซ้อน? วิจัยใหม่ชี้โรคทางจิตเวช จัดกลุ่มใหญ่ได้เหลือเพียง 5 ประเภท
- จิตแพทย์เผยความจริงของ "โรคจิตเวช" แค่บอกตัวเองว่าไม่เป็น โรคจะหายไปจริงไหม?
- วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิด ให้ไปพบ "จิตแพทย์" ชวนคุยเรื่องใจ ให้เป็นเรื่องง่าย จับมือก้าวผ่านไปด้วยกัน
- จิตแพทย์เผย คนที่รักษาจิตเวช จะมีวันที่หายสนิท โดยไม่ต้องกินยาหรือไม่?
- "ไทยขาดแคลนจิตแพทย์" มีไม่ถึง 900 คน ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า! เร่งผลิตเพิ่มอย่างน้อยปีละ 30 คน
ที่มาข้อมูล : เพจ "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
