เปิดสมองคน "Introvert" ทำไมแค่ "ออกไปเจอคน" ถึงเหนื่อยเท่าเล่นเวท?

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดสมองคน "Introvert" ทำไมแค่ "ออกไปเจอคน" ถึงเหนื่อยเท่าเล่นเวท?

ในสังคมที่ให้คุณค่ากับการพูด การเข้าสังคม และการ "ออกไปเจอคน" Introvert 

มักถูกมองว่ามีปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่จริงๆ แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัว Introvert แต่อยู่ที่สังคมที่ถูกออกแบบมาให้ Extrovert เป็นมาตรฐาน ทำไมสังคมถึงมักมองว่า Introvert เป็นคนที่มีปัญหาที่ต้องแก้ไข ทั้งที่จริงๆ มันแค่เป็นบุคลิกภาพรูปแบบหนึ่ง


Introvert กับ Extrovert ต่างกันในระดับชีววิทยาและสมองอย่างไร และเลือกได้หรือเปลี่ยนได้ไหม


ผู้พัฒนาแนวคิดเรื่อง Introvert กับ Extrovert คือ Carl Jung (1921) นักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยนิยามว่าสองบุคลิกภาพนี้แตกต่างกันตรงทิศทางความสนใจ Extrovert มักให้ความสนใจที่ภายนอกและสภาพแวดล้อมรอบตัว ในขณะที่ Introvert มักให้ความสนใจที่ภายในและการครุ่นคิดเกี่ยวกับตนเอง


ต่อมา Hans Eysenck (1947) นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน พบว่า Introvert กับ Extrovert เกี่ยวข้องกับสมองในส่วนของระบบกระตุ้น Reticular Activating System (RAS) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับการตื่นตัว (Arousal) โดย Introvert จะมีระดับการกระตุ้นของสมองในส่วน RAS สูงกว่า Extrovert ทำให้เมื่ออยู่ในสถานการณ์เดียวกัน Introvert มักถูกกระตุ้นในระดับสูงและต้องใช้พลังงานในการปรับตัวมากกว่า จึงต้องการเวลาที่มีสิ่งเร้าน้อยลงเพื่อฟื้นฟูตัวเอง


อย่างไรก็ตาม งานศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า Introvert และ Extrovert เป็นลักษณะบุคลิกภาพที่มีองค์ประกอบทางชีววิทยาและพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองหลายระบบ ไม่ได้อธิบายด้วย RAS เพียงอย่างเดียว เพราะบุคลิกภาพยังได้รับอิทธิพลจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมด้วย


เราสามารถเปลี่ยนตัวเองจาก Introvert เป็น Extrovert ได้ไหม?

การทำงานของสมองหรือพื้นฐานทางชีววิทยาเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เลือก แต่เราสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับมันได้ เช่น Introvert สามารถฝึกทักษะทางสังคม เรียนรู้วิธีรับมือสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับคนจำนวนมาก และหาวิธีเติมพลังให้ตัวเอง เช่นเดียวกับ Extrovert ที่สามารถฝึกการอยู่กับตัวเอง การผ่อนคลาย และการใช้เวลาในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งเร้าน้อยลง


"Extrovert Ideal" คืออะไร และฝังอยู่ในระบบการศึกษา ที่ทำงาน หรือวัฒนธรรมไทยอย่างไร

สังคมไทยมีแนวโน้มปลูกฝังตั้งแต่ระบบการศึกษาว่าต้องเป็นคนกล้าแสดงออก 

เป็นผู้นำที่กล้ายืนอยู่ข้างหน้าและพูดให้คนหมู่มากฟัง กล้าแสดงความคิดเห็น 

มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ซึ่งล้วนเป็นลักษณะของ Extrovert รวมถึงในที่ทำงาน องค์กรส่วนใหญ่ก็ต้องการคนที่กล้าพูดแสดงความเห็นในเวลาที่ต้องการ จึงกลายเป็นต้นแบบที่สังคมและวัฒนธรรมหล่อหลอมมาว่าต้องเป็น Extrovert จึงจะทำงานได้ดี

สรุปข่าว

Introvert ไม่ได้ป่วย แต่มีสมองและพันธุกรรมที่ถูกกระตุ้นได้ง่าย จึงต้องการความเงียบเพื่อชาร์จพลัง การที่สังคมคอยลากพวกเขาออกจาก Comfort Zone หรือบังคับให้เปลี่ยนตามค่านิยม Extrovert นอกจากจะฝืนธรรมชาติแล้วยังทำลายสุขภาพจิต สังคมควรร่วมกันเลิกตีตราความเงียบ และยอมรับว่าทุกบุคลิกภาพต่างมีคุณค่าในแบบของตัวเอง

ในสังคมที่ให้คุณค่ากับการพูด การเข้าสังคม และการ "ออกไปเจอคน" Introvert 

มักถูกมองว่ามีปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่จริงๆ แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัว Introvert แต่อยู่ที่สังคมที่ถูกออกแบบมาให้ Extrovert เป็นมาตรฐาน ทำไมสังคมถึงมักมองว่า Introvert เป็นคนที่มีปัญหาที่ต้องแก้ไข ทั้งที่จริงๆ มันแค่เป็นบุคลิกภาพรูปแบบหนึ่ง


Introvert กับ Extrovert ต่างกันในระดับชีววิทยาและสมองอย่างไร และเลือกได้หรือเปลี่ยนได้ไหม


ผู้พัฒนาแนวคิดเรื่อง Introvert กับ Extrovert คือ Carl Jung (1921) นักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยนิยามว่าสองบุคลิกภาพนี้แตกต่างกันตรงทิศทางความสนใจ Extrovert มักให้ความสนใจที่ภายนอกและสภาพแวดล้อมรอบตัว ในขณะที่ Introvert มักให้ความสนใจที่ภายในและการครุ่นคิดเกี่ยวกับตนเอง


ต่อมา Hans Eysenck (1947) นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน พบว่า Introvert กับ Extrovert เกี่ยวข้องกับสมองในส่วนของระบบกระตุ้น Reticular Activating System (RAS) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับการตื่นตัว (Arousal) โดย Introvert จะมีระดับการกระตุ้นของสมองในส่วน RAS สูงกว่า Extrovert ทำให้เมื่ออยู่ในสถานการณ์เดียวกัน Introvert มักถูกกระตุ้นในระดับสูงและต้องใช้พลังงานในการปรับตัวมากกว่า จึงต้องการเวลาที่มีสิ่งเร้าน้อยลงเพื่อฟื้นฟูตัวเอง


อย่างไรก็ตาม งานศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า Introvert และ Extrovert เป็นลักษณะบุคลิกภาพที่มีองค์ประกอบทางชีววิทยาและพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองหลายระบบ ไม่ได้อธิบายด้วย RAS เพียงอย่างเดียว เพราะบุคลิกภาพยังได้รับอิทธิพลจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมด้วย


เราสามารถเปลี่ยนตัวเองจาก Introvert เป็น Extrovert ได้ไหม?

การทำงานของสมองหรือพื้นฐานทางชีววิทยาเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เลือก แต่เราสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับมันได้ เช่น Introvert สามารถฝึกทักษะทางสังคม เรียนรู้วิธีรับมือสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับคนจำนวนมาก และหาวิธีเติมพลังให้ตัวเอง เช่นเดียวกับ Extrovert ที่สามารถฝึกการอยู่กับตัวเอง การผ่อนคลาย และการใช้เวลาในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งเร้าน้อยลง


"Extrovert Ideal" คืออะไร และฝังอยู่ในระบบการศึกษา ที่ทำงาน หรือวัฒนธรรมไทยอย่างไร

สังคมไทยมีแนวโน้มปลูกฝังตั้งแต่ระบบการศึกษาว่าต้องเป็นคนกล้าแสดงออก 

เป็นผู้นำที่กล้ายืนอยู่ข้างหน้าและพูดให้คนหมู่มากฟัง กล้าแสดงความคิดเห็น 

มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ซึ่งล้วนเป็นลักษณะของ Extrovert รวมถึงในที่ทำงาน องค์กรส่วนใหญ่ก็ต้องการคนที่กล้าพูดแสดงความเห็นในเวลาที่ต้องการ จึงกลายเป็นต้นแบบที่สังคมและวัฒนธรรมหล่อหลอมมาว่าต้องเป็น Extrovert จึงจะทำงานได้ดี

แต่ในความเป็นจริง ทั้ง Extrovert และ Introvert ต่างก็ทำงานได้ดีเช่นกัน เพียงแต่มีรูปแบบที่ต่างกัน ในห้องเรียน Introvert อาจไม่ยกมือตอบทันทีเพราะกำลังคิดอยู่กับตัวเอง ในที่ทำงานก็เช่นกัน พวกเขาอาจไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับภายนอกมากเท่า Extrovert แต่ก็ทำงานได้ดีและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้ นี่จึงเป็นที่มาของ Extrovert Ideal ที่สังคมสร้างขึ้นมา


การที่ Introvert ถูกบอกซ้ำๆ ให้เปลี่ยนตัวเอง ส่งผลต่อสุขภาพจิตระยะยาวอย่างไร

การถูกบอกให้เปลี่ยนตัวเองมักกระทบกับตัวตนหรือ Self ของพวกเขา ทำให้อาจคิดว่า "ฉันไม่ดี" หรือ "ฉันไม่มีคุณค่า" ซึ่งความคิดลบเหล่านี้ส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมาก ยิ่งถูกบอกซ้ำๆ ก็ยิ่งตอกย้ำความคิดลบเหล่านั้นให้ชัดเจนขึ้น ทำให้รู้สึกถูกตีตราจากสังคม ความภาคภูมิใจในตัวเองลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตในระยะยาว เช่น อารมณ์เศร้า หมดพลัง และส่งผลกระทบทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย และสังคม


แยกได้อย่างไรว่าคนนั้นเป็น Introvert จริงๆ หรือกำลังหลีกเลี่ยงสังคมเพราะ Anxiety หรือภาวะอื่น

การหลีกเลี่ยงสังคมเป็นสภาวะที่อาจเกิดขึ้นจากความเครียด ความกดดัน หรือสภาวะทางจิตใจอื่นๆ ซึ่งต่างจาก Introvert ที่เป็นลักษณะบุคลิกภาพที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ช่วงหนึ่งแล้วหายไป


ประเด็นสำคัญไม่ใช่การตัดสินว่าเป็น Introvert หรือไม่ แต่คือการเข้าใจเบื้องหลังของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น โดยดูว่าก่อนหน้านี้บุคคลนั้นมีอุปนิสัยอย่างไร และตอนนี้กำลังหลีกเลี่ยงสังคมอยู่หรือไม่ เพราะเบื้องหลังพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงสังคมอาจมีสาเหตุหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่ซ่อนอยู่ เช่น ความวิตกกังวล ความเครียด ความกดดัน หรือเพียงแค่รู้สึกสบายใจและใช้วิธีนี้ในการเติมพลัง 


ทั้ง Introvert และ Extrovert ต่างก็อาจมีภาวะหลีกเลี่ยงสังคมได้เช่นกัน


สำหรับ Introvert ที่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติมาตลอด จะกลับมายอมรับและเข้าใจตัวเองได้อย่างไร

หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว อยากให้ลองมองตัวเองใหม่อีกครั้ง สำรวจว่าสิ่งที่มองว่าผิดปกตินั้นกำลังส่งผลต่อชีวิตอย่างไรจริงๆ การมีบุคลิกภาพที่ชอบใช้ความคิด 

ชอบอยู่กับตัวเอง แต่ยังสามารถเรียน ทำงาน มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม 

และใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ไม่ได้แสดงถึงความผิดปกติแต่อย่างใด


Extrovert อาจตอบสนองและแสดงความเห็นได้ทันที แต่ Introvert ก็มักคอยรับฟังและทบทวนอีกครั้งก่อนพูดออกไป และที่สำคัญ Introvert ก็สามารถแสดงความเห็นได้ Extrovert ก็สามารถรับฟังได้ ตามบริบทและความเหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยให้สังคมมีความสมดุลและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้


ทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง เพียงหันกลับมามองและทำความเข้าใจในตัวตน ยอมรับและใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น


หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์ และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 

โทร 02-481-5555 ต่อ 8300

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)

เครดิตบทความ

ที่มาข้อมูล : ไพซอล ดาเด๊ะ นักจิตวิทยาคลินิก

ที่มารูปภาพ : Envato

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ