รู้จักภาวะ Social Withdrawal ไม่ได้โกรธ แต่ไม่อยากคุยกับใคร

การอยากอยู่คนเดียว ลดการเข้าสังคม หรือปฏิเสธคำชวนไปพบปะเพื่อนฝูง อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางจิตใจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า แต่ในความเป็นจริง การถอยออกจากสังคมไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งตรงกับภาวะที่เรียกว่า Social withdrawal เป็นคำที่ใช้อธิบาย การลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เคยทำเป็นประจำ ตั้งแต่การพูดคุยน้อยลง ไม่รับคำชวน ไปจนถึงเลือกใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้น
สรุปข่าว
การอยากอยู่คนเดียว ลดการเข้าสังคม หรือปฏิเสธคำชวนไปพบปะเพื่อนฝูง อาจถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางจิตใจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า แต่ในความเป็นจริง การถอยออกจากสังคมไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งตรงกับภาวะที่เรียกว่า Social withdrawal เป็นคำที่ใช้อธิบาย การลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่เคยทำเป็นประจำ ตั้งแต่การพูดคุยน้อยลง ไม่รับคำชวน ไปจนถึงเลือกใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้น
Social Withdrawal คืออะไร
Social withdrawal หรือการถอนตัวจากสังคม หมายถึงการถอยห่างจากกิจกรรมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณที่พบร่วมกับปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า และอาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจได้
อย่างไรก็ตาม การไม่อยากเข้าสังคมหรือเลือกใช้เวลาอยู่คนเดียว ไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังมีปัญหาทางจิตใจ เพราะการถอนตัวจากสังคมมีหลายรูปแบบและเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
ทำความเข้าใจกับ Social Withdrawal
Social withdrawal คือพฤติกรรมที่คนเราหลีกเลี่ยงผู้คนหรือกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ โดยมีตั้งแต่การลดการเข้าสังคมลงเล็กน้อย ไปจนถึงการแยกตัวออกจากสังคมอย่างสมบูรณ์
การมีปฏิสัมพันธ์และความสัมพันธ์กับผู้อื่นถือเป็นส่วนสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ ขณะที่การขาดแรงสนับสนุนจากคนรอบตัวมีความเชื่อมโยงกับปัญหาหลายด้าน เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเหงา โรคหัวใจ การใช้สารเสพติด และการฆ่าตัวตาย
ถึงอย่างนั้น ก็มีช่วงเวลาที่คนเราเลือกถอยห่างจากเพื่อน ครอบครัว หรือคนรอบตัว เมื่อคนคนหนึ่งลดหรือหลีกเลี่ยงโอกาสในการพบปะและเข้าสังคม พฤติกรรมดังกล่าวอาจเรียกว่า Social withdrawal
Social Withdrawal แสดงออกอย่างไร
Social withdrawal สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ บางคนอาจเพียงพูดน้อยลงหรือวางตัวเงียบ ๆ เมื่ออยู่ในสังคม ขณะที่บางคนอาจหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นแทบทั้งหมด
ตัวอย่างของ Social withdrawal ได้แก่
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ
- ปฏิเสธคำชวนให้ไปร่วมกิจกรรมหรือพบปะสังสรรค์
- หาเหตุผลเพื่อขออยู่คนเดียว
- พูดน้อยลงเมื่ออยู่ในกลุ่ม
- หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องพบกับคนใหม่ ๆ
- ไม่เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา หรือหลีกเลี่ยงคำถามที่เปิดโอกาสให้พูดคุยต่อ
- ลังเลที่จะลองทำสิ่งใหม่ ๆ
- หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย
- เลือกทำงานหรือกิจกรรมที่สามารถทำคนเดียวได้
- ชอบอยู่บ้านและทำกิจกรรมตามลำพัง
สาเหตุของ Social Withdrawal
งานวิจัยระบุว่า Social withdrawal สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ ความขี้อาย (shyness) การหลีกเลี่ยง (avoidance) และการไม่ชอบเข้าสังคม (unsociability) แต่ไม่ได้เป็นโรคทางจิต
ขณะที่ Social Withdrawal Syndrome ต่างออกไป Social Withdrawal Syndrome ซึ่งมีการอธิบายครั้งแรกในญี่ปุ่นและเรียกว่า “Hikikomori” ใช้เรียกคนที่ชอบเก็บตัวอยู่ภายในบ้านเป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไป พร้อมกับจำกัดการสื่อสารหรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างมาก
ปัจจุบันปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้พบเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีการพบในประเทศและวัฒนธรรมอื่น ๆ ด้วย
สรุปแล้ว Social Withdrawal ไม่ได้หมายความว่าคนที่ชอบอยู่คนเดียวหรือไม่อยากคุยกับใครกำลังมีปัญหาทางจิตเสมอไป เพราะบางคนอาจเพียงรู้สึกสบายใจกับการใช้เวลาอยู่ลำพังและเลือกมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเท่าที่ตัวเองต้องการ สิ่งสำคัญคือการสังเกตว่าการถอนตัวนั้นเกิดจากความต้องการส่วนตัว หรือเกิดจากความทุกข์ ความวิตกกังวล และเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต หากเป็นอย่างหลัง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยให้เข้าใจสาเหตุและรับมือได้เหมาะสมมากขึ้น
- อยู่บนเรือ 9 เดือน รับมือความเครียดอย่างไร ทำไมการขึ้นฝั่งจึงสำคัญ
- "อยู่กับปัจจุบัน" ทางลัดสู่ "ความมั่นคงจากภายใน" ในวันที่โลกหมุนเร็วจน"ใจเคว้ง"
- เมื่อถูก "ทำร้ายจิตใจ" ควรทำอย่างไรให้ใจยังดี จิตแพทย์แนะ 4 วิธี รักษาใจให้ไม่พัง!
- ทำไมการใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจึงทำให้เราไม่มีความสุข
- ยิปซี-ยิปโซ ประกาศยุติทำรายการ แยกย้ายกันไปรักษาตัว และหัวใจ .
ที่มาข้อมูล : verywellmind.com
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
