
“ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” นักแสดงสาว ออกมาเปิดใจถึงสุขภาพจิต หลังโรคซึมเศร้าและโรคแพนิกกลับมากำเริบอีกครั้ง ภายหลังแพทย์ให้ค่อย ๆ ลดและหยุดยามาประมาณครึ่งปี โดยเจ้าตัวสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและพฤติกรรมได้ตั้งแต่ระยะแรก จึงรีบกลับเข้าสู่กระบวนการรักษา ปัจจุบันอาการดีขึ้นประมาณ 80%
ยิปซีเล่าว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เธอรู้ว่าอาการกำลังกลับมา คือการสังเกตว่าตัวเองเริ่มมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากปกติอย่างชัดเจน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
ลุกจากเตียงไม่ไหว รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงและร่างกายดิ่งลงอย่างมาก
เริ่มเก็บตัว ไม่อยากพบปะหรือเข้าสังคมเหมือนเดิม
หมดความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ กิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุขกลับไม่รู้สึกสนุกหรือมีความหมาย
การนอนและความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบร่างกายที่สังเกตได้
เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ยิปซีเลือกที่จะไม่ปล่อยให้อาการดำเนินต่อไป แต่กลับเข้าสู่การรักษากับแพทย์ทันที ทำให้สามารถควบคุมอาการได้ดีขึ้น
กรณีดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการ “รู้จักตัวเอง” และสังเกตสัญญาณเตือนของสุขภาพจิต เพราะการเปลี่ยนแปลงของการนอน การกิน พลังงาน ความสนใจในสิ่งต่าง ๆ หรือการแยกตัวจากสังคม อาจเป็นสัญญาณว่าควรประเมินสุขภาพจิตเพิ่มเติม
สรุปข่าว
“ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” นักแสดงสาว ออกมาเปิดใจถึงสุขภาพจิต หลังโรคซึมเศร้าและโรคแพนิกกลับมากำเริบอีกครั้ง ภายหลังแพทย์ให้ค่อย ๆ ลดและหยุดยามาประมาณครึ่งปี โดยเจ้าตัวสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและพฤติกรรมได้ตั้งแต่ระยะแรก จึงรีบกลับเข้าสู่กระบวนการรักษา ปัจจุบันอาการดีขึ้นประมาณ 80%
ยิปซีเล่าว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เธอรู้ว่าอาการกำลังกลับมา คือการสังเกตว่าตัวเองเริ่มมีพฤติกรรมที่แตกต่างจากปกติอย่างชัดเจน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
ลุกจากเตียงไม่ไหว รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงและร่างกายดิ่งลงอย่างมาก
เริ่มเก็บตัว ไม่อยากพบปะหรือเข้าสังคมเหมือนเดิม
หมดความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ กิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุขกลับไม่รู้สึกสนุกหรือมีความหมาย
การนอนและความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบร่างกายที่สังเกตได้
เมื่อพบความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ยิปซีเลือกที่จะไม่ปล่อยให้อาการดำเนินต่อไป แต่กลับเข้าสู่การรักษากับแพทย์ทันที ทำให้สามารถควบคุมอาการได้ดีขึ้น
กรณีดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการ “รู้จักตัวเอง” และสังเกตสัญญาณเตือนของสุขภาพจิต เพราะการเปลี่ยนแปลงของการนอน การกิน พลังงาน ความสนใจในสิ่งต่าง ๆ หรือการแยกตัวจากสังคม อาจเป็นสัญญาณว่าควรประเมินสุขภาพจิตเพิ่มเติม
เผชิญ PMDD ภาวะอารมณ์รุนแรงก่อนมีประจำเดือน
นอกจากโรคซึมเศร้าและโรคแพนิก ยิปซียังเปิดเผยประสบการณ์เกี่ยวกับ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) หรือภาวะอารมณ์ผิดปกติรุนแรงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งอาการสามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมาก
เจ้าตัวระบุว่า ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เธอเคยมีความคิดอยากจบชีวิตเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน พร้อมเน้นย้ำว่า ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาลักษณะนี้ไม่ควรโทษตัวเอง เพราะอาการไม่ได้สะท้อนว่าเป็นคนอ่อนแอ แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพและระบบสารเคมีในสมอง ซึ่งสามารถเข้ารับการประเมินและรักษาได้
อย่างไรก็ตาม PMDD ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นเพียง “อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน” เพราะในผู้ที่มีอาการรุนแรง อาจกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน หากอาการเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตามรอบเดือนและรบกวนการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
การกลับมารักษาโรคซึมเศร้า ทำให้ยิปซีและ “นิโคลัส ฮอว์” สามีชาวต่างชาติ ต้องตัดสินใจเลื่อนแผนการมีบุตรออกไปก่อน จากเดิมที่ทั้งคู่เคยวางแผนมีลูกตามธรรมชาติ และเธอพยายามลดหรือหยุดยาเพื่อเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์
เมื่ออาการกลับมากำเริบและจำเป็นต้องกลับมารับการรักษา ทั้งคู่จึงเลือกให้สุขภาพของยิปซีเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก พร้อมยอมรับว่าการวางแผนตั้งครรภ์จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับแพทย์อย่างรอบคอบ เนื่องจากยารักษาโรคทางจิตเวชบางชนิดอาจมีข้อควรระวังในช่วงตั้งครรภ์
ทั้งนี้ ผู้ที่กำลังรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชและมีแผนตั้งครรภ์ ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรพูดคุยกับจิตแพทย์และสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของยาและวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัยเป็นรายบุคคล
อีกหนึ่งมุมมองที่ยิปซีให้ความสำคัญ คือบทบาทของคนใกล้ชิดในการดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต โดยเธอพูดคุยกับสามีอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาไม่จำเป็นต้องรับบทเป็น “ผู้กอบกู้” หรือแบกรับอาการทั้งหมดของเธอ
การรักษาเป็นหน้าที่ของแพทย์และตัวผู้ป่วย ขณะที่คนในครอบครัวหรือคู่ชีวิตสามารถทำหน้าที่เป็น “เพื่อนร่วมทาง” คอยรับฟัง ให้กำลังใจ และอยู่เคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ยิปซีระบุว่า นิโคลัสเข้าใจและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี รวมถึงพร้อมยอมรับการตัดสินใจของทั้งคู่ แม้ท้ายที่สุดชีวิตคู่จะไม่มีลูกด้วยกันก็ตาม
เรื่องราวของยิปซีสะท้อนว่า โรคซึมเศร้า โรคแพนิก และภาวะ PMDD ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “คิดมาก” หรือ “ใจไม่แข็งแรง” เพราะปัญหาสุขภาพจิตสามารถส่งผลต่อทั้งร่างกาย อารมณ์ พฤติกรรม และคุณภาพชีวิต
การสังเกตตัวเองจึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญ หากเริ่มพบว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ เบื่ออาหารหรือกินมากขึ้น ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ แยกตัวจากคนรอบข้าง ขาดพลังในการใช้ชีวิต หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรพูดคุยกับคนที่ไว้ใจและเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ
โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคทางจิตเวชมาก่อน หากอาการเริ่มกลับมา ไม่ควรปรับลดหรือหยุดยาเอง แต่ควรติดต่อแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ยิปซีฝากข้อคิดถึงทุกคนว่า โลกปัจจุบันหมุนเร็วขึ้นและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทำให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากขึ้น การดูแลสุขภาพใจจึงไม่ใช่เรื่องรอง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม และเช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทางกาย การรักษาสุขภาพจิตอาจต้องใช้ทั้งเวลา ความพยายาม และการสนับสนุนจากคนรอบข้าง
- เมื่อถูก "ทำร้ายจิตใจ" ควรทำอย่างไรให้ใจยังดี จิตแพทย์แนะ 4 วิธี รักษาใจให้ไม่พัง!
- ทำไม? "ผู้ป่วยทางใจหรือมีภาวะซึมเศร้า" ถึงไม่ชอบ "อาบน้ำ" เมื่อกิจวัตรประจำวัน กลายเป็นภาระทางใจ
- ทำไมการใช้เวลาออนไลน์มากเกินไปจึงทำให้เราไม่มีความสุข
- จิตแพทย์ไขความเข้าใจผิด เมื่อ "ความหวังดี" กลายเป็น "พิษ" ทำไมการ "มองโลกในแง่ดี" ถึงใช้ “รักษาโรคซึมเศร้า"ไม่ได้
- “ยิปซี คีรติ” อัปเดต หลังเผยป่วยโรคซึมเศร้า-แพนิคอีกครั้ง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : ig gypsykeerati
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
