WHO เผยยุโรปร้อนจัด เสียชีวิตกว่า 1,300 ราย ในหนึ่งสัปดาห์

Share on Line Share on Facebook Share on X
WHO เผยยุโรปร้อนจัด เสียชีวิตกว่า 1,300 ราย ในหนึ่งสัปดาห์

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (29 มิ.ย.) ว่า นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการบันทึกผู้เสียชีวิตส่วนเกิน ที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในทวีปยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 ราย หลังหลายประเทศเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์จากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีป

WHO ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงเด็กเล็กและผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนจัดมากกว่าคนทั่วไป

สรุปข่าว

องค์การอนามัยโลก เปิดเผย ว่า นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการบันทึกผู้เสียชีวิตส่วนเกิน ที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในทวีปยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 ราย คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงเด็กเล็กและผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (29 มิ.ย.) ว่า นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการบันทึกผู้เสียชีวิตส่วนเกิน ที่เชื่อมโยงกับคลื่นความร้อนในทวีปยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 ราย หลังหลายประเทศเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์จากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีป

WHO ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงเด็กเล็กและผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนจัดมากกว่าคนทั่วไป

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของหลายประเทศในยุโรปได้ออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่อุณหภูมิสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักในสถานที่ที่มีอากาศเย็น และเฝ้าระวังอาการของโรคลมแดด (Heatstroke) หลังหลายพื้นที่มีอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดไฟป่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขในหลายประเทศ

WHO ย้ำว่า คลื่นความร้อนถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติจากสภาพอากาศที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในยุโรป และมีแนวโน้มเกิดบ่อยครั้ง รุนแรงขึ้น และยาวนานขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทุกประเทศเร่งดำเนินมาตรการปรับตัว ทั้งการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า การจัดทำแผนรับมือคลื่นความร้อน การดูแลประชากรกลุ่มเปราะบาง และการลดความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนในระยะยาว

ทั้งนี้ WHO อธิบายว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็น "ผู้เสียชีวิตส่วนเกิน" (Excess Deaths) ซึ่งหมายถึงจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติในช่วงเวลาเดียวกัน โดยใช้เป็นตัวชี้วัดผลกระทบโดยรวมของคลื่นความร้อนต่อสุขภาพของประชาชน ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเสียชีวิตจากความร้อนโดยตรง แต่สะท้อนถึงผลกระทบทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิสูง เช่น การกำเริบของโรคประจำตัว ภาวะขาดน้ำ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเตือนว่า หากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงเช่นนี้อาจเกิดถี่ขึ้นในอนาคต และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากไม่มีมาตรการป้องกันและการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพ

ที่มา : Agence France-Presse (AFP) อ้างข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ