
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่อิตาลี มีรายงานว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนได้ดันน้ำทะเลให้ไหลย้อนขึ้นไปตามแม่น้ำโป จนเวลานี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร

สืบเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโปลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อปริมาณน้ำจืดในแม่น้ำเหลือน้อยหรือไหลช้าลง จึงทำให้น้ำทะเลจากปลายแม่น้ำไหลย้อนกลับเข้ามาในแผ่นดินลึกขึ้น ขณะที่แม่น้ำโป ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของอิตาลีนั้น ต้องไหลผ่านพื้นที่ราบลุ่มทางการเกษตรที่สำคัญทางตอนเหนือ โดยปล่อยน้ำลงสู่ทะเลเอเดรียติก
สรุปข่าว
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่อิตาลี มีรายงานว่า ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนได้ดันน้ำทะเลให้ไหลย้อนขึ้นไปตามแม่น้ำโป จนเวลานี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร

สืบเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโปลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อปริมาณน้ำจืดในแม่น้ำเหลือน้อยหรือไหลช้าลง จึงทำให้น้ำทะเลจากปลายแม่น้ำไหลย้อนกลับเข้ามาในแผ่นดินลึกขึ้น ขณะที่แม่น้ำโป ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของอิตาลีนั้น ต้องไหลผ่านพื้นที่ราบลุ่มทางการเกษตรที่สำคัญทางตอนเหนือ โดยปล่อยน้ำลงสู่ทะเลเอเดรียติก
ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรม รวมถึงเสี่ยงจะกระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด หลังจากที่ล่าสุดมีรายงานว่า น้ำทะเลได้รุกเข้ามาในแผ่นดินไกลถึง 18 กิโลเมตร โดยไหลสวนทางกับกระแสน้ำของแม่น้ำโป ซึ่งเป็นทางน้ำที่สำคัญที่สุดของอิตาลีและถือเป็นกุญแจสำคัญต่อความเฟื่องฟูโดยเฉพาะภาคเกษตรในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ
- ฝรั่งเศส-สเปนเสียชีวิตจาก "คลื่นความร้อน" 380 ราย ชาวยุโรป 150 ล้านคนเผชิญอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส
- ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนเลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ ปารีสอุณหภูมิ 40.9°C แล้ว
- คลื่นความร้อนทำค่าไฟพุ่ง คนยุโรปแบกค่าครองชีพเพิ่ม แต่รายได้อาจลดลงมากกว่าครึ่ง
- คลื่นร้อนลามถึงยอดเขา ทำเส้นทางพิชิต “มงบล็อง” อันตรายขึ้นหลายเท่าตัว
- คลื่นความร้อนคร่าชีวิตคนไทยเพิ่มขึ้น เปิดสถิติ Heat Stroke และกลุ่มเสี่ยง
