ยุโรปเดือดทะลุปรอท! เสียชีวิตแล้วกว่า 1,300 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยุโรปเดือดทะลุปรอท! เสียชีวิตแล้วกว่า 1,300 ราย

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมทั่วยุโรปในช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนปีนี้ อาจเป็นสาเหตุให้เกิด "ผู้เสียชีวิตส่วนเกิน" หรือจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าระดับปกติหลายร้อยถึงกว่าพันราย พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งหนึ่งในชั่วอายุคน กลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นแทบทุกปี

นายเทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน มีการบันทึกผู้เสียชีวิตส่วนเกินในยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 คน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่า "ภาวะเครียดจากความร้อน" เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ขณะที่บ้านเรือน สถานที่ทำงาน และโรงเรียนในหลายประเทศยุโรป ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นในปัจจุบัน

สรุปข่าว

ยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงจนหลายประเทศทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเกินกว่าระดับปกติแล้วกว่า 1,300 คน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเร่งบังคับใช้แผนปฏิบัติการด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับคลื่นความร้อน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เยอรมนีวัดอุณหภูมิสูงถึง 41.7 องศาเซลเซียส สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า คลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมทั่วยุโรปในช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนปีนี้ อาจเป็นสาเหตุให้เกิด "ผู้เสียชีวิตส่วนเกิน" หรือจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงกว่าระดับปกติหลายร้อยถึงกว่าพันราย พร้อมย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งหนึ่งในชั่วอายุคน กลายเป็นภัยที่เกิดขึ้นแทบทุกปี

นายเทดรอส อะดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า นับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน มีการบันทึกผู้เสียชีวิตส่วนเกินในยุโรปแล้วมากกว่า 1,300 คน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่า "ภาวะเครียดจากความร้อน" เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ขณะที่บ้านเรือน สถานที่ทำงาน และโรงเรียนในหลายประเทศยุโรป ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นในปัจจุบัน

ผู้อำนวยการ WHO ระบุด้วยว่า ยุโรปเป็นทวีปที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงสองเท่า ส่งผลให้ประชาชนหลายล้านคนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อนจัด โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอน และระบบโครงข่ายไฟฟ้าเริ่มเผชิญภาระหนักจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น

WHO เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในยุโรปเร่งบังคับใช้แผนปฏิบัติการด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับคลื่นความร้อน พร้อมย้ำว่าการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นมาตรการสำคัญในการปกป้องสุขภาพของประชาชน

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปยังคงเผชิญสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยฝรั่งเศสรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1,000 คน นับตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป และพบว่าการเสียชีวิตภายในบ้านเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40

ด้านเยอรมนีเผชิญวันที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นวันที่สามติดต่อกัน โดยสถานีตรวจวัดอากาศในเมืองคอสเชน ใกล้ชายแดนโปแลนด์ วัดอุณหภูมิได้สูงถึง 41.7 องศาเซลเซียส ขณะที่สาธารณรัฐเช็กทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่เป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยวัดได้ 41.1 องศาเซลเซียส ที่เมืองด็อกซานี ทางตอนเหนือของกรุงปราก และคาดว่าหลังจากคลื่นความร้อนจะผ่านพ้นไป จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงตามมาในหลายพื้นที่

ส่วนโปแลนด์ก็ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งใหม่เช่นกัน โดยวัดได้ 40.5 องศาเซลเซียส ที่เมืองสลูบิตเซ ใกล้พรมแดนประเทศเยอรมนี สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปในวงกว้าง และตอกย้ำคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters