โรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังในยุคเอลนีโญ เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยน เชื้อโรคก็ปรับตัว

Share on Line Share on Facebook Share on X
โรคติดเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังในยุคเอลนีโญ เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยน เชื้อโรคก็ปรับตัว

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" (El Niño) ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นหรือเกิดภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบนิเวศ การกระจายตัวของเชื้อโรค และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อหลายชนิด จนองค์การอนามัยโลก (WHO) และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่แปรปรวน รวมถึงภาวะน้ำท่วมสลับภัยแล้งจากเอลนีโญ ล้วนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การขยายพันธุ์ของสัตว์พาหะ และการเปลี่ยนแปลงแหล่งอาศัยของสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค ส่งผลให้โรคติดเชื้อบางชนิดมีแนวโน้มระบาดได้ง่ายขึ้นและรุนแรงขึ้น

ทำไมเอลนีโญจึงทำให้โรคติดเชื้อเพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจากเอลนีโญส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรคผ่านหลายกลไก ได้แก่

  • อุณหภูมิที่สูงขึ้น ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางชนิดเจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น
  • น้ำท่วมและฝนตกหนัก ทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนเชื้อโรค และเพิ่มความเสี่ยงของโรคทางเดินอาหาร
  • ภัยแล้ง ทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดมากขึ้น
  • ความร้อนและความชื้นสูง ทำให้ยุงลายและแมลงพาหะขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสการแพร่โรค
  • การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ส่งผลให้สัตว์ฟันแทะและสัตว์ป่าซึ่งเป็นแหล่งรังโรคเคลื่อนย้ายเข้าใกล้ชุมชนมนุษย์มากขึ้น

องค์การอนามัยโลกระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดโรคติดเชื้อในศตวรรษที่ 21 และคาดว่าจะเพิ่มภาระโรคในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะประเทศเขตร้อน

สรุปข่าว

เอลนีโญไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อ ทั้งโรคระบบทางเดินอาหาร โรคจากสัตว์สู่คน และโรคจากแมลงพาหะ การติดตามสถานการณ์โรค การดูแลสุขอนามัย การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการบริโภคน้ำและอาหารที่ปลอดภัย จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยในช่วงที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวน

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" (El Niño) ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นหรือเกิดภัยแล้งเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบนิเวศ การกระจายตัวของเชื้อโรค และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อหลายชนิด จนองค์การอนามัยโลก (WHO) และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่แปรปรวน รวมถึงภาวะน้ำท่วมสลับภัยแล้งจากเอลนีโญ ล้วนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค การขยายพันธุ์ของสัตว์พาหะ และการเปลี่ยนแปลงแหล่งอาศัยของสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค ส่งผลให้โรคติดเชื้อบางชนิดมีแนวโน้มระบาดได้ง่ายขึ้นและรุนแรงขึ้น

ทำไมเอลนีโญจึงทำให้โรคติดเชื้อเพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศจากเอลนีโญส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรคผ่านหลายกลไก ได้แก่

  • อุณหภูมิที่สูงขึ้น ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางชนิดเจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น
  • น้ำท่วมและฝนตกหนัก ทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนเชื้อโรค และเพิ่มความเสี่ยงของโรคทางเดินอาหาร
  • ภัยแล้ง ทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดมากขึ้น
  • ความร้อนและความชื้นสูง ทำให้ยุงลายและแมลงพาหะขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสการแพร่โรค
  • การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ส่งผลให้สัตว์ฟันแทะและสัตว์ป่าซึ่งเป็นแหล่งรังโรคเคลื่อนย้ายเข้าใกล้ชุมชนมนุษย์มากขึ้น

องค์การอนามัยโลกระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเกิดโรคติดเชื้อในศตวรรษที่ 21 และคาดว่าจะเพิ่มภาระโรคในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะประเทศเขตร้อน

โรคระบบทางเดินอาหาร

โรคระบบทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นหลังเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม หรืออุณหภูมิของแหล่งน้ำสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อ Vibrio cholerae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอหิวาตกโรค และเชื้อ Salmonella ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ

เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้สามารถเพิ่มจำนวนได้ดีในสภาพน้ำอุ่น เมื่อเกิดน้ำท่วมหรือระบบระบายน้ำเสียได้รับความเสียหาย เชื้อโรคอาจปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำดื่ม น้ำใช้ และอาหาร ทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสุขาภิบาลยังไม่สมบูรณ์

ผู้ติดเชื้อมักมีอาการถ่ายเหลวอย่างรุนแรง อาเจียน และสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเกิดภาวะช็อกจากการขาดน้ำและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การป้องกันที่สำคัญ ได้แก่ การดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจปนเปื้อนในช่วงเกิดน้ำท่วมหรือการระบาดของโรค


โรคจากสัตว์สู่คน 

โรคจากสัตว์สู่คนเป็นอีกกลุ่มโรคที่ได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตัวอย่างสำคัญคือการติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus)

เอลนีโญส่งผลให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง ทั้งปริมาณอาหารและแหล่งอาศัยของสัตว์ฟันแทะ ในบางพื้นที่ประชากรหนูเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว หรืออพยพเข้ามาใกล้ชุมชนเพื่อหาอาหารและน้ำ ทำให้มนุษย์มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคมากขึ้น

ไวรัสฮันตาถูกขับออกมากับปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของหนู เมื่อสิ่งขับถ่ายแห้งจะสามารถฟุ้งกระจายเป็นละอองในอากาศ หากสูดดมเข้าไปก็อาจติดเชื้อได้ ผู้ป่วยมักเริ่มด้วยไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ก่อนลุกลามเป็นภาวะปอดอักเสบหรือระบบหายใจล้มเหลวในรายที่มีอาการรุนแรง

การป้องกันควรมุ่งลดการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ โดยกำจัดแหล่งอาหารของหนู ปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้าบ้านได้ ทำความสะอาดพื้นที่ที่พบมูลหนูด้วยวิธีที่ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการกวาดแห้งที่อาจทำให้ฝุ่นปนเปื้อนเชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ



โรคจากแมลงพาหะ

โรคจากแมลงพาหะเป็นกลุ่มโรคที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกจากไวรัสเดงกี และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค

อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ยุงลายเจริญเติบโตเร็วขึ้น ใช้เวลาจากไข่จนเป็นยุงตัวเต็มวัยสั้นลง และสามารถวางไข่ได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ ความร้อนยังทำให้ไวรัสภายในตัวยุงเพิ่มจำนวนได้เร็ว ส่งผลให้ยุงสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ภายในระยะเวลาที่สั้นลง

ขณะเดียวกัน ฝนที่ตกสลับกับอากาศร้อนทำให้เกิดแหล่งน้ำขังตามภาชนะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่สำคัญ จึงทำให้จำนวนยุงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มโอกาสเกิดการระบาดของโรคในชุมชน

โรคไข้เลือดออกมักมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ส่วนโรคซิกามักมีอาการไข้ต่ำ ผื่น และตาแดง แม้ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่หากเกิดในหญิงตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างสม่ำเสมอ ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ เปลี่ยนน้ำในแจกันหรือภาชนะรองกระถางต้นไม้ ใช้ยากันยุง สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย และติดตั้งมุ้งลวดหรือมุ้งนอนเพื่อลดการถูกยุงกัด

ที่มาข้อมูล : World Health Organization. Climate Change and Health. ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มความเสี่ยงของโรคติดเชื้อ โรคที่มีพาหะนำโรค และโรคจากอาหารและน้ำปนเปื้อน World Health Organization. El Niño and Health Risks. อธิบายผลกระทบของเอลนีโญต่อการระบาดของโรคอหิวาตกโรค ไข้เลือดออก และโรคติดเชื้ออื่น ๆ Intergovernmental Panel on Climate Change. Sixth Assessment Report (AR6): Climate Change 2022 – Impacts, Adaptation and Vulnerability. รายงานว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลต่อการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อและพาหะนำโรคในหลายภูมิภาค United States Centers for Disease Control and Prevention. ข้อมูลโรคอหิวาตกโรค (Cholera), โรคฮันตา (Hantavirus) และโรคไข้เลือดออก (Dengue) รวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางป้องกัน Nature Reviews Microbiology. Ryan SJ, Carlson CJ, Mordecai EA, Johnson LR. Global expansion and redistribution of Aedes-borne virus transmission risk with climate change. ทบทวนหลักฐานว่าภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออกและซิกา The Lancet Countdown. รายงานประจำปีว่าด้วยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสุขภาพมนุษย์ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิที่สูงขึ้นกับการเพิ่มขึ้นของโรคติดเชื้อหลายชนิด.

ที่มารูปภาพ : AI ChatGPT

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ