ไทยรับมือศึก “เอลนีโญ”! เสี่ยงรุนแรงสุดในรอบ 77 ปี ร้อนหนัก แล้งจัด อาหารแพง ค่าไฟพุ่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยรับมือศึก “เอลนีโญ”! เสี่ยงรุนแรงสุดในรอบ 77 ปี ร้อนหนัก แล้งจัด อาหารแพง ค่าไฟพุ่ง

รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตือนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการกลับมาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ ก่อนจะมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ระบุว่า จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ คาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีความรุนแรงสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย


ผลการศึกษายังพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งตรงกับฤดูแล้งของประเทศไทย ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เทศกาลสงกรานต์ปี 2570 จะเผชิญสภาพอากาศร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา และหากเอลนีโญพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรง อาจทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งใหม่ได้


สรุปข่าว

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวังวิกฤตสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญ หลังสัญญาณการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญเริ่มชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าอาจพัฒนาเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 77 ปี ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตือนว่าผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอากาศร้อนจัดหรือภัยแล้งเท่านั้น แต่จะลุกลามสู่เศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรกว่า 12 ล้านคนที่เสี่ยงสูญเสียรายได้ ผลผลิตเสียหาย อาหารมีราคาแพงขึ้น ขณะที่ประชาชนในเมืองต้องเผชิญภาระค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเตรียมมาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน ก่อนวิกฤตจะรุนแรงในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เตือนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการกลับมาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ ก่อนจะมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ระบุว่า จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ คาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะมีความรุนแรงสูงสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย


ผลการศึกษายังพบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งตรงกับฤดูแล้งของประเทศไทย ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เทศกาลสงกรานต์ปี 2570 จะเผชิญสภาพอากาศร้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา และหากเอลนีโญพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรง อาจทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดครั้งใหม่ได้


ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2493 ระบุว่า โลกเคยเผชิญปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" มาแล้ว 5 ครั้ง และปัจจุบันมีโอกาสประมาณร้อยละ 65 ที่โลกจะเข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญครั้งที่ 6 ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งอาจกลายเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 77 ปี


อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นหรือปริมาณฝนที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ


รศ.ดร.วิษณุ เปิดเผยว่า แรงงานในภาคเกษตรกรรมของไทยกว่า 12 ล้านคน จะเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด เนื่องจากมีความเสี่ยงเผชิญรายได้ลดลงจากผลผลิตที่เสียหายเพราะภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง กระทบต่อปริมาณอาหารในตลาด และผลักดันให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น


ขณะเดียวกัน ประชาชนในเขตเมืองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อปรับอากาศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย


ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเสนอว่า รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการรับมืออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การช่วยเหลือเกษตรกร การลดความเสี่ยงด้านผลผลิตทางการเกษตร และการเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ เพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญที่อาจทวีความรุนแรงในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Envato