"เอลนีโญ" แรง โลกปั่นป่วน! สั่นคลอนความมั่นคงอาหารโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่าปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ในปีนี้นั้นจะทวีกำลังแรงมากขึ้น หลายฝ่ายกำลังจับตาไม่เพียงแค่เรื่องอุณหภูมิโลกที่อาจร้อนทำสถิติใหม่ แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อ "ระบบอาหารโลก" ที่อาจเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


สำหรับเอลนีโญ คือภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบฝนและอุณหภูมิทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป บางพื้นที่เผชิญภัยแล้งรุนแรง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนักและน้ำท่วม สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาคเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในภาคส่วนแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง


สรุปข่าว

“สัญญาณของ "เอลนีโญ" ที่กำลังทวีกำลังรุนแรงขึ้น อาจไม่ได้ส่งผลแค่ให้อากาศร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจสั่นคลอนระบบอาหารโลกทั้งห่วงโซ่ เมื่อภัยแล้ง น้ำท่วม และสภาพอากาศสุดขั้ว เริ่มคุกคามการผลิตอาหารในหลายภูมิภาค จนผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า วิกฤตครั้งนี้อาจสะท้อนออกมาผ่าน "ราคาอาหาร" และความมั่นคงทางอาหารของผู้คนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้”

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกประเมินว่าปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ในปีนี้นั้นจะทวีกำลังแรงมากขึ้น หลายฝ่ายกำลังจับตาไม่เพียงแค่เรื่องอุณหภูมิโลกที่อาจร้อนทำสถิติใหม่ แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อ "ระบบอาหารโลก" ที่อาจเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


สำหรับเอลนีโญ คือภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบฝนและอุณหภูมิทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป บางพื้นที่เผชิญภัยแล้งรุนแรง ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนักและน้ำท่วม สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาคเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในภาคส่วนแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง


อย่างที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก กำลังเตรียมรับมือสภาพอากาศร้อนและแห้งกว่าปกติในช่วงครึ่งหลังของปี หากผลผลิตข้าวสาลีลดลง อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตอาหารหลายชนิด ตั้งแต่ขนมปัง เส้นพาสต้า ไปจนถึงอาหารสัตว์


ส่วนในอเมริกาใต้ หลายพื้นที่อาจเผชิญฝนตกหนักผิดปกติ โดยเฉพาะบราซิลและอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลือง ข้าวโพด และเนื้อสัตว์สำคัญของโลก น้ำท่วมและสภาพอากาศแปรปรวนอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกและห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร


ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เอลนีโญมักทำให้ปริมาณฝนลดลง ส่งผลต่อการเพาะปลูกข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของประชากรกว่าครึ่งโลก หากเกิดภาวะแห้งแล้งยาวนาน ผลผลิตข้าวอาจลดลงและกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก


นอกจากนี้ เอลนีโญยังส่งผลต่อการประมง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งเปรูและเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นแหล่งประมงสำคัญของโลก เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ปลาหลายชนิดจะอพยพออกจากพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงและกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเล


ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศเตือนว่า โลกในปี 2569 กำลังเผชิญ "แรงกดดันสองด้าน" จากทั้งเอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เหตุการณ์สุดขั้วรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ภัยแล้ง น้ำท่วม คลื่นความร้อน และไฟป่า มีโอกาสเกิดบ่อยและรุนแรงมากขึ้น ผลกระทบเหล่านี้อาจนำไปสู่การลดลงของผลผลิตทางการเกษตร ต้นทุนอาหารที่สูงขึ้น และความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจำนวนมาก


ดังนั้น แม้ ผลกระทบของเอลนีโญในปีนี้อาจไม่ได้สะท้อนผ่านตัวเลขอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่อาจสะท้อนผ่านราคาอาหารบนชั้นวางสินค้า และความมั่นคงทางอาหารของผู้คนทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

ที่มาข้อมูล : TNN EARTH

ที่มารูปภาพ : TNN EARTH