“เอลนีโญ” มาแรง! UN เตือนทั่วโลก เสี่ยงวิกฤตอาหารครั้งใหญ่

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เอลนีโญ” มาแรง!  UN เตือนทั่วโลก เสี่ยงวิกฤตอาหารครั้งใหญ่

องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาเตือนว่า การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าสภาพอากาศสุดขั้วจะทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายภูมิภาคของโลก

 

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก บางประเทศอาจเผชิญภัยแล้งยาวนาน ขณะที่บางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ลดปริมาณอาหารในตลาด และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรจำนวนมาก

 

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) ได้ออกมาเรียกร้องงบประมาณฉุกเฉินกว่า 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 8.8 ล้านคนใน 22 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของเอลนีโญ โดยหวังลดความเสียหายต่อระบบอาหารและวิถีชีวิตของประชาชนที่เปราะบางที่สุด


สรุปข่าว

สหประชาชาติเตือนว่า การกลับมาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” อาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อภาคการเกษตรทั่วโลก ผ่านภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้น สภาพอากาศสุดขั้วมีความเสี่ยงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง กระทบต่อรายได้เกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารในหลายประเทศ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เมื่อเอลนีโญเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อน ผลกระทบต่อระบบอาหารโลกอาจรุนแรงและขยายวงกว้างมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาเตือนว่า การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าสภาพอากาศสุดขั้วจะทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายภูมิภาคของโลก

 

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก บางประเทศอาจเผชิญภัยแล้งยาวนาน ขณะที่บางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ลดปริมาณอาหารในตลาด และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรจำนวนมาก

 

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) ได้ออกมาเรียกร้องงบประมาณฉุกเฉินกว่า 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 8.8 ล้านคนใน 22 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของเอลนีโญ โดยหวังลดความเสียหายต่อระบบอาหารและวิถีชีวิตของประชาชนที่เปราะบางที่สุด


แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะมองว่าโลกยังมีปริมาณสำรองธัญพืชสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบด้านอุปทานอาหารได้ในระยะสั้น แต่หลายประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงอาจกระทบต่อผลผลิตในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของโลกได้ทุกเมื่อ

 

นักวิทยาศาสตร์ยังชี้ว่า แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงยิ่งกว่าในอดีต ทั้งในด้านอุณหภูมิ คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลกหลายร้อยล้านคน

 

การเตือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบอาหารโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันในปัจจุบัน

ที่มาข้อมูล : news.cgtn.com

ที่มารูปภาพ : Reuters