
องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาเตือนว่า การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าสภาพอากาศสุดขั้วจะทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายภูมิภาคของโลก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก บางประเทศอาจเผชิญภัยแล้งยาวนาน ขณะที่บางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ลดปริมาณอาหารในตลาด และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรจำนวนมาก
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) ได้ออกมาเรียกร้องงบประมาณฉุกเฉินกว่า 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 8.8 ล้านคนใน 22 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของเอลนีโญ โดยหวังลดความเสียหายต่อระบบอาหารและวิถีชีวิตของประชาชนที่เปราะบางที่สุด
สรุปข่าว
องค์การสหประชาชาติ (UN) ออกมาเตือนว่า การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026 อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของโลก ท่ามกลางความกังวลว่าสภาพอากาศสุดขั้วจะทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งภัยแล้ง คลื่นความร้อน ฝนตกหนัก และน้ำท่วมในหลายภูมิภาคของโลก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เอลนีโญอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก บางประเทศอาจเผชิญภัยแล้งยาวนาน ขณะที่บางพื้นที่มีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ลดปริมาณอาหารในตลาด และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรจำนวนมาก
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) ได้ออกมาเรียกร้องงบประมาณฉุกเฉินกว่า 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนราว 8.8 ล้านคนใน 22 ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบของเอลนีโญ โดยหวังลดความเสียหายต่อระบบอาหารและวิถีชีวิตของประชาชนที่เปราะบางที่สุด
แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะมองว่าโลกยังมีปริมาณสำรองธัญพืชสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบด้านอุปทานอาหารได้ในระยะสั้น แต่หลายประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงอาจกระทบต่อผลผลิตในพื้นที่เพาะปลูกสำคัญของโลกได้ทุกเมื่อ
นักวิทยาศาสตร์ยังชี้ว่า แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงยิ่งกว่าในอดีต ทั้งในด้านอุณหภูมิ คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลกหลายร้อยล้านคน
การเตือนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบอาหารโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นพร้อมกันในปัจจุบัน
- ร้อนจนพัดลมหมดเกลี้ยง! ชาวอังกฤษแห่ซื้อ รับมือ “คลื่นความร้อน”
- ฝรั่งเศสร้อนสุดในประวัติศาสตร์ ดับจากจมน้ำแล้วถึง 40 ราย เหตุอยากลงน้ำคลายร้อน!
- “เอลนีโญ” ซ้ำเติมโลก ยุโรปเดือดทะลุ 40°C ผู้เสียชีวิตเพิ่มไม่หยุด
- “อินเดีย” ร้อนเดือด แต่แรงงานยังหยุดไม่ได้
- นิวยอร์กออกมาตรการใหม่ คุ้มครองแรงงานกลางแจ้ง หลังคลื่นความร้อนคร่าชีวิตปีละ 500 คน
ที่มาข้อมูล : news.cgtn.com
ที่มารูปภาพ : Reuters
