
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
การดูแลรักษาผู้ป่วยซึมเศร้าแต่ละระดับจะมีความแตกต่างกัน กรณีซึมเศร้าชนิดไม่รุนแรง (Mild MDD) เราอาจไม่จำเป็นต้องกินยาต้านเศร้าก็ได้ อาจใช้การปรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย ปรับวิธีคิด ฝึกการคิดบวก การทำจิตบำบัด การนั่งสมาธิ หรือปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ก็อาจทำให้โรคดีขึ้นได้
แต่หากเป็นโรคซึมเศร้าในระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง (Moderate-Severe MDD) การกินยาต้านเศร้า จะมีบทบาทสำคัญต่อการหายของโรคค่อนข้างมาก เพราะประโยชน์ของการกินยาที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ

สรุปข่าว
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
การดูแลรักษาผู้ป่วยซึมเศร้าแต่ละระดับจะมีความแตกต่างกัน กรณีซึมเศร้าชนิดไม่รุนแรง (Mild MDD) เราอาจไม่จำเป็นต้องกินยาต้านเศร้าก็ได้ อาจใช้การปรับการดำเนินชีวิตประจำวัน ออกกำลังกาย ปรับวิธีคิด ฝึกการคิดบวก การทำจิตบำบัด การนั่งสมาธิ หรือปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ก็อาจทำให้โรคดีขึ้นได้
แต่หากเป็นโรคซึมเศร้าในระดับปานกลางไปจนถึงรุนแรง (Moderate-Severe MDD) การกินยาต้านเศร้า จะมีบทบาทสำคัญต่อการหายของโรคค่อนข้างมาก เพราะประโยชน์ของการกินยาที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ

1. "ยาจะช่วยย่นระยะเวลาของการเจ็บป่วยได้" จากที่หากไม่กินยาเลยโรคอาจจะเป็นอยู่นานเป็นปีๆ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายอะไรในระหว่างนี้บ้าง เช่น ต้องออกจากงาน พักการเรียน หรือถึงขั้นฆ่าตัวตาย) เทียบกับที่กินยาแล้วโรคอาจจะดีขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้ไม่ต้องเสียการงาน เวลา และชีวิต
2. จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า 10 คนหากได้รับการรักษาด้วยยาต้านเศร้า อาการจะดีขึ้นจนหายถึง 8-9 คน ในขณะที่หากไม่รับการรักษาอาการจะดีขึ้นเพียง 2-3 คนเท่านั้น (เฉพาะในรายที่อาการไม่รุนแรง หากอาการรุนแรงอาจจะกล่าวได้ว่ายากที่จะหายเอง)
ยาต้านเศร้าในปัจจุบันนั้นก็มีให้เลือกมากมายหลายชนิด แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ส่วนระยะเวลาในการกินยาเอาคร่าวๆเลยก็คือหากเป็นครั้งแรกในชีวิตโดยส่วนใหญ่ระยะเวลาที่ต้องกินยาไว้จะประมาณ 6-12 เดือน

- ความเครียดสะสมทำให้เป็นอัมพาตได้
- "วิธีประคองใจคนใกล้ตัว" เมื่อเขารู้สึกว่า "แบกโลกไว้ทั้งใบ" ให้รู้ไว้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
- วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิด ให้ไปพบ "จิตแพทย์" ชวนคุยเรื่องใจ ให้เป็นเรื่องง่าย จับมือก้าวผ่านไปด้วยกัน
- FDA อนุมัติทดสอบ “ชิปฝังสมองไร้สาย” ความหวังใหม่ผู้ป่วยซึมเศร้าดื้อยา
- "โรคสูญเสียความสามารถในการมีความสุข" หนึ่งในนิยามของ "โรคซึมเศร้า" ทำไม? รู้สึก"ไม่ยินดียินร้าย"กับสิ่งที่เคยรัก
ที่มาข้อมูล : นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
