
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
ทำไมคนไทยหลายคนไม่ทำตามกฎจราจร แถมทำผิดแล้วยังแสดงท่าทีเหยียดคนที่ทำถูก
ภาพนี้สะท้อนความจริงบางอย่างของถนนไทยได้เจ็บมากครับ เพราะหลายครั้งกฎจราจรถูกละเมิด ไม่ใช่เพราะไม่มีป้าย ไม่มีไฟแดง ไม่มีเส้นทึบ หรือไม่มีตำรวจ แต่เพราะคนจำนวนหนึ่งเรียนรู้ซ้ำๆว่า “ทำผิดแล้วก็อาจไม่เกิดอะไรขึ้น” และเมื่อสมองได้รับประสบการณ์แบบนี้บ่อยๆกฎก็จะค่อยๆถูกลดความศักดิ์สิทธิ์ลง จาก “ข้อห้ามเพื่อความปลอดภัย” กลายเป็นแค่ “คำแนะนำที่เลี่ยงได้ถ้ารีบพอ”
ในทางจิตวิทยา มนุษย์มักชั่งน้ำหนักระหว่าง “รางวัลทันที” กับ “โทษที่อาจเกิดทีหลัง” การขี่ย้อนศรอาจประหยัดเวลาไม่กี่นาที การบีบแตรใส่คนที่หยุดตามกฎอาจทำให้รู้สึกว่าได้ระบายอารมณ์ การแทรกคิวอาจทำให้ไปถึงเร็วขึ้น แต่บทลงโทษอย่างอุบัติเหตุ ค่าปรับ หรือความสูญเสีย มักไม่ได้เกิดทุกครั้ง สมองจึงเรียนรู้แบบผิดๆว่า “ทำได้ ไม่เป็นไร” ทั้งที่ความจริงคืออันตรายยังอยู่ เพียงแต่ยังไม่ถึงรอบของเราเท่านั้นครัช
สรุปข่าว
นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา" โดยระบุว่า
ทำไมคนไทยหลายคนไม่ทำตามกฎจราจร แถมทำผิดแล้วยังแสดงท่าทีเหยียดคนที่ทำถูก
ภาพนี้สะท้อนความจริงบางอย่างของถนนไทยได้เจ็บมากครับ เพราะหลายครั้งกฎจราจรถูกละเมิด ไม่ใช่เพราะไม่มีป้าย ไม่มีไฟแดง ไม่มีเส้นทึบ หรือไม่มีตำรวจ แต่เพราะคนจำนวนหนึ่งเรียนรู้ซ้ำๆว่า “ทำผิดแล้วก็อาจไม่เกิดอะไรขึ้น” และเมื่อสมองได้รับประสบการณ์แบบนี้บ่อยๆกฎก็จะค่อยๆถูกลดความศักดิ์สิทธิ์ลง จาก “ข้อห้ามเพื่อความปลอดภัย” กลายเป็นแค่ “คำแนะนำที่เลี่ยงได้ถ้ารีบพอ”
ในทางจิตวิทยา มนุษย์มักชั่งน้ำหนักระหว่าง “รางวัลทันที” กับ “โทษที่อาจเกิดทีหลัง” การขี่ย้อนศรอาจประหยัดเวลาไม่กี่นาที การบีบแตรใส่คนที่หยุดตามกฎอาจทำให้รู้สึกว่าได้ระบายอารมณ์ การแทรกคิวอาจทำให้ไปถึงเร็วขึ้น แต่บทลงโทษอย่างอุบัติเหตุ ค่าปรับ หรือความสูญเสีย มักไม่ได้เกิดทุกครั้ง สมองจึงเรียนรู้แบบผิดๆว่า “ทำได้ ไม่เป็นไร” ทั้งที่ความจริงคืออันตรายยังอยู่ เพียงแต่ยังไม่ถึงรอบของเราเท่านั้นครัช
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนไม่รู้กฎ แต่เป็นปัญหาของ social norm หรือบรรทัดฐานทางสังคมด้วยครับ เพราะถ้าคนส่วนใหญ่ขี่ย้อนศร ฝ่าไฟแดง จอดทับทางม้าลาย หรือแทรกคิวกันจนดูเป็นเรื่องปกติ คนที่ทำตามกฎกลับอาจกลายเป็นคนแปลก ถูกบีบแตร ถูกด่า หรือถูกมองว่าเกะกะ ทั่งที่เขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง นี่คือจุดที่น่ากลัวมาก เพราะสังคมไม่ได้แค่ปล่อยให้คนทำผิด แต่บางครั้งยังลงโทษคนที่ทำถูกด้วยครับ
ถนนไทยจึงมีปัญหาเรื่อง “สัญญาณทางสังคมที่สับสน” ป้ายบอกให้หยุด แต่รถข้างหลังบีบแตรให้ไป ไฟแดงบอกว่าอันตราย แต่บางเลนยังไหลอยู่ กฎหมายบอกว่าทางม้าลายต้องปลอดภัย แต่คนเดินยังต้องยกมือไหว้รถเพื่อขอชีวิต สุดท้ายคนจำนวนหนึ่งจึงเลือกทำตาม “กฎบนถนนจริง” มากกว่า “กฎทางการ” แม้ว่ากฎบนถนนจริงนั้นจะอันตรายต่อชีวิตคนอื่นก็ตามครับ
ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกเคยรายงานว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนราว 18,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 50 คน นั่นแปลว่าเรื่องฝ่าไฟแดง ขี่ย้อนศร ไม่คาดเข็มขัด หรือไม่ใส่หมวกกันน็อก ไม่ใช่แค่ความผิดเล็กๆบนถนน แต่เป็นพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับความสูญเสียระดับสาธารณสุขครับ
สุดท้าย คำถามอาจไม่ใช่แค่ว่า “ทำไมคนไทยหลายคนไม่ทำตามกฎจราจร” แต่อาจต้องถามว่า “เราสร้างสังคมแบบไหน ที่ทำให้คนทำตามกฎรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลก” เพราะวันที่คนหยุดไฟแดงโดยไม่ถูกด่า วันที่รถหยุดให้คนข้ามโดยไม่ต้องมีตำรวจ และวันที่เรารู้สึกว่าความปลอดภัยของคนอื่นสำคัญพอๆกับความรีบของตัวเอง วันนั้นกฎจราจรจะไม่ใช่แค่ตัวหนังสือบนป้าย แต่จะกลายเป็นมารยาทพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน
- วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิด ให้ไปพบ "จิตแพทย์" ชวนคุยเรื่องใจ ให้เป็นเรื่องง่าย จับมือก้าวผ่านไปด้วยกัน
- ตร.เข้มเมาไม่ขับสงกรานต์ จับแล้ว 2,600 ราย ย่านรัชดาคุมเข้ม
- "ไทยขาดแคลนจิตแพทย์" มีไม่ถึง 900 คน ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า! เร่งผลิตเพิ่มอย่างน้อยปีละ 30 คน
- นิวยอร์กเตรียมออกกฎหมายใหม่ บังคับติดป้ายข่าวจาก AI พักสร้าง Data Center 3 ปี
- ทรัมป์ลงนามคำสั่งผ่อนคลายกฎกัญชา
ที่มาข้อมูล : นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
