
หลังจาก BTS ประกาศจุดยืนไม่เข้าร่วมการชิงรางวัล Grammy Awards แต่บอกเลยว่ากระแสของพวกเขากลับไม่ได้แผ่วลงเลยสักนิด ตรงกันข้ามเวิลด์ทัวร์ครั้งล่าสุด BTS กลับสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ แฟน ๆ แห่กันมาแน่นสนามคอนเสิร์ต แถมเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจท้องถิ่นจนคึกคักสุด ๆ จนทุกคนต้องยกคำว่า "BTSnomics" มาพูดถึงปรากฏการณ์นี้กันอีกรอบ
BTSnomics คืออะไร?
หลายคนอาจเคยยินคำนี้ผ่านหูมาบ้าง "BTSnomics" (BTS + Economics) คือนิยามที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของ BTS ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายบัตรคอนเสิร์ตหรืออัลบั้มเพลงเท่านั้น แต่พลังของพวกเขาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของเมืองที่ไปจัดแสดงได้อย่างมหาศาล
นอกจากเรื่องตัวเลขทางการเงินแล้ว BTSnomics ยังครอบคลุมถึงการเป็นประตูสู่ K-Culture ผ่านโปรเจกต์พิเศษอย่าง 'THE CITY' รวมถึงโปรเจกต์ 'BTS THE CITY ARIRANG' ที่ค่าย HYBE จับมือกับหน่วยงานท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ไปจนถึงร้านในพื้นที่ เพื่อเนรมิตเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นเทศกาลของแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้คนหันมาเรียนภาษาเกาหลี ชิมอาหารเกาหลี หรือซื้อสินค้า K-Beauty เรียกได้ว่าเปลี่ยนแรงซัพพอร์ตของแฟนคลับให้กลายเป็นวงเงินสะพัดทางวัฒนธรรมได้อย่างทรงพลัง
นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ต้นสังกัดอย่าง HYBE สามารถทำรายได้ในไตรมาสที่ 2 ประมาณ 34,800 ล้านบาท สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการบันเทิงเกาหลี ด้วยการเป็นค่ายแรกที่ทำรายได้แตะระดับล้านล้านวอนได้ภายในไตรมาสเดียว

สรุปข่าว
หลังจาก BTS ประกาศจุดยืนไม่เข้าร่วมการชิงรางวัล Grammy Awards แต่บอกเลยว่ากระแสของพวกเขากลับไม่ได้แผ่วลงเลยสักนิด ตรงกันข้ามเวิลด์ทัวร์ครั้งล่าสุด BTS กลับสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ แฟน ๆ แห่กันมาแน่นสนามคอนเสิร์ต แถมเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจท้องถิ่นจนคึกคักสุด ๆ จนทุกคนต้องยกคำว่า "BTSnomics" มาพูดถึงปรากฏการณ์นี้กันอีกรอบ
BTSnomics คืออะไร?
หลายคนอาจเคยยินคำนี้ผ่านหูมาบ้าง "BTSnomics" (BTS + Economics) คือนิยามที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของ BTS ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่การขายบัตรคอนเสิร์ตหรืออัลบั้มเพลงเท่านั้น แต่พลังของพวกเขาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของเมืองที่ไปจัดแสดงได้อย่างมหาศาล
นอกจากเรื่องตัวเลขทางการเงินแล้ว BTSnomics ยังครอบคลุมถึงการเป็นประตูสู่ K-Culture ผ่านโปรเจกต์พิเศษอย่าง 'THE CITY' รวมถึงโปรเจกต์ 'BTS THE CITY ARIRANG' ที่ค่าย HYBE จับมือกับหน่วยงานท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ไปจนถึงร้านในพื้นที่ เพื่อเนรมิตเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นเทศกาลของแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นให้คนหันมาเรียนภาษาเกาหลี ชิมอาหารเกาหลี หรือซื้อสินค้า K-Beauty เรียกได้ว่าเปลี่ยนแรงซัพพอร์ตของแฟนคลับให้กลายเป็นวงเงินสะพัดทางวัฒนธรรมได้อย่างทรงพลัง
นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ต้นสังกัดอย่าง HYBE สามารถทำรายได้ในไตรมาสที่ 2 ประมาณ 34,800 ล้านบาท สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการบันเทิงเกาหลี ด้วยการเป็นค่ายแรกที่ทำรายได้แตะระดับล้านล้านวอนได้ภายในไตรมาสเดียว

ทัวร์อเมริกาปลุกเศรษฐกิจ สื่อดังเทียบชั้นฟุตบอลโลก
สำนักข่าวชั้นนำระดับโลกอย่าง The Guardian ถึงกับต้องทำบทวิเคราะห์เจาะลึกถึงอิมแพกต์การทัวร์อเมริกาเหนือ 7 เมืองใหญ่ (รวม 16 รอบการแสดง) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ โดยย้อนไปดูความสำเร็จที่เมืองลาสเวกัสซึ่งเคยจัดคอนเสิร์ตไปก่อนหน้านี้ เพียงแค่ 4 รอบการแสดงที่ขายบัตรหมดเกลี้ยง ก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 11,000 ล้านบาท ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ ต่างได้รับอานิสงส์กันถั่วหน้า
ล่าสุดกับการจัดคอนเสิร์ตที่ MetLife Stadium ในนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งมีแฟนคลับมากว่า 157,000 คน ก็ทำให้ย่านย่านโคเรียทาวน์ในแมนแฮตตันคึกคัก
ความอิมแพกต์นี้ทำให้ ไมเคิล มาเรียโน (Michael Mariano) ผู้เชี่ยวชาญจาก Tourism Economics ออกมาให้ความเห็นผ่าน The Guardian เลยว่า "แรงจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนจากกลุ่มแฟนคลับของ BTS นั้น มีมูลค่ามหาศาลจนสามารถเปรียบเทียบได้กับมหกรรมสปอร์ตระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ"
นี่จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า BTS สามารถขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีได้ในระดับโลก จนกลายเป็นกรณีศึกษาที่หลายประเทศและหลายอุตสาหกรรมจับตามอง
ที่มาข้อมูล : The Guardian, newsis
ที่มารูปภาพ : BigHit
