ตั๋วร่วม ได้ใช้เมื่อไร? อัปเดตล่าสุด ชงครม. พิจารณาเดือนมิ.ย.นี้

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตั๋วร่วม ได้ใช้เมื่อไร? อัปเดตล่าสุด ชงครม. พิจารณาเดือนมิ.ย.นี้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญของ "นโยบายตั๋วร่วม" ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้

สรุปข่าว

อัปเดตความคืบหน้านโยบายตั๋วร่วม ล่าสุด กระทรวงคมนาคมเตรียมชง ครม. เดือนมิถุนายน 2569 กำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ใช้บัตร EMV จ่ายค่าเดินทาง พร้อมชดเชย BTS และ BEM ตามจำนวนผู้โดยสารจริง

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยความคืบหน้าสำคัญของ "นโยบายตั๋วร่วม" ว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้

อัปเดตไทม์ไลน์ ตั๋วร่วมได้ใช้เมื่อไร?

ในระยะ 3 ปีแรก (ช่วงปี 2569 - 2572) รัฐบาลจะใช้วิธีนำงบประมาณของรัฐราว 1,000 - 4,000 ล้านบาท ไปจ่ายชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารให้กับผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าไปก่อน ควบคู่ไปกับการศึกษาแผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) วงเงินหลักแสนล้านบาท ซึ่งจะใช้เวลาเตรียมการประมาณ 1-2 ปี โดยในเฟสแรกจะนำรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเข้ากองทุน TFF เป็นสายแรก เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินในระยะยาว

เงื่อนไขค่าโดยสารตั๋วร่วม 17-45 บาท และระบบจัดเก็บเงิน

สำหรับหลักการสำคัญของนโยบายตั๋วร่วม จะมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าอยู่ที่ 17 - 45 บาท และคิดค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยจะใช้บัตรระบบ EMV (บัตรเครดิตหรือเดบิต) ในการเดินทาง และให้กระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นศูนย์บริหารจัดการรายได้ (Clearing House) ซึ่งคาดว่าจะมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นผู้ดูแล นอกจากนี้จะให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนทรัพย์สินและหนี้สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง ให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อให้เป็นเจ้าของเพียงรายเดียว (Single Ownership)

รัฐบาลย้ำ ไม่เหมาจ่ายเอกชน และชดเชยให้เฉพาะคนไทย

ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างการดึงฐานข้อมูลและสถิติตัวเลขผู้โดยสารย้อนหลัง 4-5 ปี จากผู้รับสัมปทานรายใหญ่อย่าง BTS (สายสีเขียว) และ BEM (สายสีน้ำเงิน) เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินชดเชยส่วนต่างตามจริง โดยทางกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่มีการเหมาจ่ายเงินให้เอกชนเด็ดขาดเนื่องจากประเมินว่าเมื่อเริ่มใช้ตั๋วร่วมแล้ว จำนวนผู้โดยสารจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแน่นอน ทั้งนี้ รัฐบาลจะให้สิทธิ์ชดเชยค่าโดยสารเฉพาะบุคคลสัญชาติไทยที่ลงทะเบียนเท่านั้น ไม่ให้สิทธิ์แก่คนต่างชาติ และไม่นับรวมโปรโมชั่นหรือตั๋วรายเดือน

แผนระดมทุน TFF ในโครงการอื่น และความคืบหน้ารถไฟทางคู่เฟส 2

นอกจากโครงการรถไฟฟ้าแล้ว กระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดที่จะนำกองทุน TFF ไปใช้ระดมทุนกับโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานอื่น เช่น ทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) และทางด่วน ส่วนโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั้ง 5 เส้นทางนั้น จะไม่สามารถนำเข้ากองทุน TFF ได้เนื่องจากมีรายได้ไม่มากพอ โดยปัจจุบันสายใต้ 3 เส้นทางกำลังอยู่ระหว่างรอจัดสรรงบประมาณ ส่วนสายเหนือและอีสานอีก 3 เส้นทาง วงเงินรวม 193,460 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอความเห็นจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในลำดับถัดไป

ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย