เตือนพร้อมกันหลายชาติ! ตุนอาหารรับมืออะไร?

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือนพร้อมกันหลายชาติ! ตุนอาหารรับมืออะไร?

กำลังกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลไปทั่วโลกหลังหลายประเทศทั้งญี่ปุ่นเยอรมนีสหราชอาณาจักรไต้หวันและสหรัฐอเมริกาออกมาแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารน้ำดื่มยารักษาโรคและสิ่งของจำเป็นเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินท่ามกลางกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่าอาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่คำเตือนเหล่านี้เป็นสัญญาณของภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า?

 

รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประชาชนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติการโจมตีทางไซเบอร์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงรวมถึงเหตุขัดข้องของระบบสาธารณูปโภคที่อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงน้ำไฟฟ้าหรือระบบสื่อสารได้ตามปกติ

 

โดยแต่ละประเทศมีแนวทางการเตรียมความพร้อมแตกต่างกันตามความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

 

เริ่มจากสหราชอาณาจักรซึ่งเปิดตัวแคมเปญ Be Ready เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอย่างน้อย 3 วันหรือ 72 ชั่วโมงในกรณีที่ระบบไฟฟ้าน้ำประปาโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตหยุดให้บริการโดยแนะนำให้สำรองน้ำดื่มอาหารแห้งไฟฉายแบตเตอรี่สำรองยารักษาโรคและวิทยุที่ใช้ถ่านหรือหมุนมือได้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างความตระหนักรู้ระยะเวลา 3 ปี


สรุปข่าว

ทำไม 5 ประเทศใหญ่ทั่วโลกเตือนประชาชนตุนอาหาร-น้ำดื่มเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินหรือกำลังมีภัยพิบัติครั้งใหญ่?กำลังกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลไปทั่วโลกหลังหลายประเทศทั้งญี่ปุ่นเยอรมนีสหราชอาณาจักรไต้หวันและสหรัฐอเมริกาออกมาแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารน้ำดื่มยารักษาโรคและสิ่งของจำเป็นเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินท่ามกลางกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่าอาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่คำเตือนเหล่านี้เป็นสัญญาณของภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า?

กำลังกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลไปทั่วโลกหลังหลายประเทศทั้งญี่ปุ่นเยอรมนีสหราชอาณาจักรไต้หวันและสหรัฐอเมริกาออกมาแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารน้ำดื่มยารักษาโรคและสิ่งของจำเป็นเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินท่ามกลางกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์ว่าอาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่คำเตือนเหล่านี้เป็นสัญญาณของภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงมาตรการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า?

 

รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประชาชนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติการโจมตีทางไซเบอร์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงรวมถึงเหตุขัดข้องของระบบสาธารณูปโภคที่อาจทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงน้ำไฟฟ้าหรือระบบสื่อสารได้ตามปกติ

 

โดยแต่ละประเทศมีแนวทางการเตรียมความพร้อมแตกต่างกันตามความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

 

เริ่มจากสหราชอาณาจักรซึ่งเปิดตัวแคมเปญ Be Ready เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอย่างน้อย 3 วันหรือ 72 ชั่วโมงในกรณีที่ระบบไฟฟ้าน้ำประปาโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตหยุดให้บริการโดยแนะนำให้สำรองน้ำดื่มอาหารแห้งไฟฉายแบตเตอรี่สำรองยารักษาโรคและวิทยุที่ใช้ถ่านหรือหมุนมือได้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างความตระหนักรู้ระยะเวลา 3 ปี


ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเผชิญความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวสึนามิพายุไต้ฝุ่นและภูเขาไฟระเบิดมาอย่างต่อเนื่องแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นอย่างน้อย 3 วันและหากเป็นไปได้ควรเตรียมให้เพียงพอสำหรับ 1 สัปดาห์รวมถึงจัดกระเป๋าฉุกเฉินอุปกรณ์สื่อสารและห้องน้ำแบบพกพาเนื่องจากภัยพิบัติขนาดใหญ่อาจทำให้เส้นทางคมนาคมและระบบขนส่งสิ่งของถูกตัดขาด

 

ส่วนเยอรมนีแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารน้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตได้นานถึง 10 วันแต่หากไม่สามารถเตรียมได้ครบสามารถเริ่มต้นจากการสำรองสิ่งของให้เพียงพอ 3 วันก่อนโดยแนวทางดังกล่าวครอบคลุมทั้งภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วไฟฟ้าดับเป็นเวลานานการแพร่กระจายข้อมูลเท็จและภัยคุกคามด้านความมั่นคงรวมถึงความขัดแย้งทางทหาร

 

ด้านไต้หวันซึ่งมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและสถานการณ์ความตึงเครียดทางทหารกับจีนแนะนำให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นอย่างน้อย 7 วันโดยเฉพาะน้ำดื่มอย่างน้อยวันละ 3 ลิตรต่อคนพร้อมจัดกระเป๋าอพยพที่มีสิ่งของเพียงพอสำหรับ 1–3 วันรวมถึงอาหารยารักษาโรคอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและของใช้ส่วนตัว


ขณะที่สหรัฐอเมริกาโดยสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินกลางหรือ FEMA แนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารที่เก็บได้นานและน้ำดื่มอย่างน้อย 3 วันโดยเตรียมน้ำประมาณ 1 แกลลอนหรือ 3.8 ลิตรต่อคนต่อวันสำหรับดื่มและใช้ด้านสุขอนามัยรวมถึงไฟฉายวิทยุยาประจำตัวและเอกสารสำคัญพร้อมวางแผนติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

นอกจากนี้สหภาพยุโรปหรือ EU ยังได้ประกาศยุทธศาสตร์ Preparedness Union Strategy ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เพื่อยกระดับความพร้อมรับมือวิกฤตต่างๆทั้งภัยพิบัติธรรมชาติการโจมตีทางไซเบอร์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมงในช่วงเกิดวิกฤต

 

อย่างไรก็ตามการที่หลายประเทศออกมาให้คำแนะนำในลักษณะคล้ายคลึงกันทำให้เกิดกระแสคาดเดาบนโลกออนไลน์ว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่หรือเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า "วันสิ้นโลก"ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569


แต่จากข้อมูลในรายงานยังไม่มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่ารัฐบาลประเทศเหล่านี้กำลังเตรียมรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเนื่องจากมาตรการต่างๆถูกประกาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันและมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับความเสี่ยงของแต่ละประเทศไม่ใช่การออกคำเตือนร่วมกันถึงเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง


การแนะนำให้ประชาชนตุนอาหารน้ำดื่มและสิ่งของฉุกเฉินของหลายประเทศจึงไม่ได้หมายความว่ากำลังจะเกิดภัยพิบัติรุนแรงในเร็วๆนี้แต่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมากขึ้นเพราะไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติการโจมตีทางไซเบอร์หรือระบบสาธารณูปโภคขัดข้องล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ทั้งสิ้น


สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การตื่นตระหนกกับข่าวลือแต่เป็นการเตรียมพร้อมอย่างมีสติเพราะภัยพิบัติอาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและการเตรียมตัวล่วงหน้าอาจช่วยลดความสูญเสียได้

ที่มาข้อมูล : canadianinquirer.net

ที่มารูปภาพ : Reuters