“อังกฤษ” ธรรมชาติรวน เจอฤดูใบไม้ร่วงปลอม ต้นไม้ผลัดใบก่อนเวลา

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อังกฤษ” ธรรมชาติรวน เจอฤดูใบไม้ร่วงปลอม ต้นไม้ผลัดใบก่อนเวลา

วิกฤตโลกร้อนกำลังเปลี่ยนแปลงวงจรธรรมชาติของต้นไม้ในอังกฤษ หลังเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ต้นไม้จำนวนมากเกิดภาวะเครียดจากความร้อนและภัยแล้ง จนต้องทิ้งใบก่อนถึงฤดูกาลตามปกติ เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ฤดูใบไม้ร่วงปลอม” หรือ False Autumn ทำให้สีสันของฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เปลี่ยนแปลงไป และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ที่สวนวิสลีย์ (Wisley Garden) ในมณฑลเซอร์รีย์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งปกติจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กลับพบว่าต้นไม้บางชนิดเริ่มทิ้งใบจนหมดเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะต้นเบิร์ชที่ควรมีใบสีเหลืองทองสวยงามในช่วงเวลานี้ แต่กลับเหลือเพียงกิ่งก้านและลำต้นสีขาว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความร้อนและภัยแล้งสะสมตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา


“กาย บาร์เตอร์” หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวนของราชสมาคมพืชสวนแห่งสหราชอาณาจักร หรือ RHS อธิบายว่า ต้นไม้ที่ขาดน้ำอย่างรุนแรงจะทิ้งใบเพื่อลดการสูญเสียน้ำผ่านกระบวนการคายน้ำ ซึ่งเป็นกลไกเอาตัวรอดตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นก่อนเวลา ก็ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามวงจรปกติ


สรุปข่าว

ฤดูใบไม้ร่วงของอังกฤษกำลังเปลี่ยนไป! หลังเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ต้นไม้จำนวนมากทิ้งใบก่อนเวลา เกิดปรากฏการณ์ “ฤดูใบไม้ร่วงปลอม” หรือ False Autumn จากความเครียดสะสมของต้นไม้ที่ต้องเผชิญทั้งความร้อนจัดและภัยแล้ง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า วิกฤตโลกร้อนกำลังรบกวนวงจรธรรมชาติ และอาจทำให้ภาพใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามของอังกฤษไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

วิกฤตโลกร้อนกำลังเปลี่ยนแปลงวงจรธรรมชาติของต้นไม้ในอังกฤษ หลังเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ต้นไม้จำนวนมากเกิดภาวะเครียดจากความร้อนและภัยแล้ง จนต้องทิ้งใบก่อนถึงฤดูกาลตามปกติ เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ฤดูใบไม้ร่วงปลอม” หรือ False Autumn ทำให้สีสันของฤดูใบไม้ร่วงปีนี้เปลี่ยนแปลงไป และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ที่สวนวิสลีย์ (Wisley Garden) ในมณฑลเซอร์รีย์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งปกติจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง กลับพบว่าต้นไม้บางชนิดเริ่มทิ้งใบจนหมดเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะต้นเบิร์ชที่ควรมีใบสีเหลืองทองสวยงามในช่วงเวลานี้ แต่กลับเหลือเพียงกิ่งก้านและลำต้นสีขาว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความร้อนและภัยแล้งสะสมตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา


“กาย บาร์เตอร์” หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวนของราชสมาคมพืชสวนแห่งสหราชอาณาจักร หรือ RHS อธิบายว่า ต้นไม้ที่ขาดน้ำอย่างรุนแรงจะทิ้งใบเพื่อลดการสูญเสียน้ำผ่านกระบวนการคายน้ำ ซึ่งเป็นกลไกเอาตัวรอดตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดขึ้นก่อนเวลา ก็ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามวงจรปกติ


ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ฤดูใบไม้ร่วงปลอม” หรือ False Autumn เกิดจากต้นไม้ตอบสนองต่อความเครียดจากสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง ราวกับว่าฤดูใบไม้ร่วงมาถึงแล้ว ทั้งที่ตามธรรมชาติการเปลี่ยนสีและผลัดใบควรถูกกระตุ้นจากช่วงเวลากลางวันที่สั้นลง อุณหภูมิกลางคืนที่ลดต่ำลง และความชื้นในดินที่เหมาะสม


สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภัยแล้งที่ยังปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษและเวลส์ โดยในเดือนตุลาคม 2569 มีพื้นที่ 6 แห่งของอังกฤษถูกประกาศเป็นเขตภัยแล้งรุนแรง หลังระดับน้ำในแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง


ผู้เชี่ยวชาญพบว่า ต้นไม้ที่มีระบบรากตื้น เช่น เบิร์ช บีช และซิกามอร์ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะไม่สามารถดูดน้ำจากชั้นดินลึกได้เมื่อหน้าดินแห้งแล้ง ต่างจากต้นโอ๊กที่มีระบบรากลึก จึงสามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งได้ดีกว่า


ราชสมาคมพืชสวนแห่งสหราชอาณาจักรคาดว่า พื้นที่ที่ประสบภัยแล้งจะเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเร็วกว่าปกติ แม้บางพื้นที่ยังมีสีสันสวยงามจากใบไม้สีแดง สีส้ม และสีม่วง แต่ช่วงเวลาที่สามารถชมความงามดังกล่าวอาจสั้นลง เนื่องจากต้นไม้บางชนิดผลัดใบไปแล้วตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ทั้งที่ปกติสีสันของฤดูใบไม้ร่วงมักสวยงามที่สุดในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน


นอกจากนี้ ต้นไม้ที่อ่อนแอจากภัยแล้งยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากพายุออสเตน ซึ่งอาจนำลมแรงเข้าปกคลุมอังกฤษ เพิ่มโอกาสที่ต้นไม้จะได้รับความเสียหายหรือหักโค่น


ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเริ่มวางแผนปรับเปลี่ยนชนิดของต้นไม้ที่จะปลูกในอนาคต โดยเลือกพันธุ์ที่สามารถทนต่อทั้งฤดูร้อนที่ร้อนจัดและฤดูหนาวที่หนาวเย็น เช่น ต้นซีดาร์เลบานอนและต้นไซเปรสบึง รวมถึงต้นลิควิดแอมบาร์ที่ยังคงเติบโตและเปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม แม้ต้องเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน


“ทิม อัปสัน” ผู้อำนวยการฝ่ายสวนและพืชสวนของ RHS ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจไม่ได้ทำให้ต้นไม้บางชนิดหายไปจากอังกฤษทั้งหมด แต่จะทำให้อายุขัยของต้นไม้สั้นลง และเติบโตได้ยากขึ้นในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรง โดยเฉพาะต้นเบิร์ชและต้นบีชที่อาจพบเห็นได้น้อยลงในอนาคต


ปรากฏการณ์ฤดูใบไม้ร่วงปลอมจึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า วิกฤตโลกร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะอุณหภูมิหรือภัยพิบัติเท่านั้น แต่กำลังเปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตของธรรมชาติอย่างชัดเจน และหากสภาพอากาศสุดขั้วยังคงรุนแรงขึ้น ภาพฤดูใบไม้ร่วงที่เคยเต็มไปด้วยสีสันอันงดงามของอังกฤษ อาจเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้คนคุ้นเคยในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters