เปิด 3 ยุทธศาสตร์ดันไทย สู่เศรษฐกิจสีเขียว ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ เปิดเสรีโครงข่ายไฟฟ้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 3 ยุทธศาสตร์ดันไทย สู่เศรษฐกิจสีเขียว ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ เปิดเสรีโครงข่ายไฟฟ้า

ดร. สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “เศรษฐกิจสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” (Resilient Green Economy) ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและข้อจำกัดทางการคลัง 

 

ระบุว่า ในอดีต การสร้างเศรษฐกิจที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอาจเป็นสองสิ่งที่แยกจากกัน แต่ด้วยวิกฤตด้านพลังงานที่เราเผชิญในปีนี้ ทั้งสองสิ่งนี้ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจะช่วยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นด้วย

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิเกือบ ร้อยละ 10 ของ GDP ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้นภาครัฐจึงได้ปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการคลังผ่านยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ 


สรุปข่าว

ดร. สันติธาร เสถียรไทย ชูวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เศรษฐกิจสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและข้อจำกัดทางการคลัง เดินหน้า 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ สร้างเสถียรภาพ ด้วยการช่วยเหลือแบบเจาะจง เร่งเปลี่ยนผ่าน ด้วยการส่งเสริมโซลาร์เซลล์และเปิดเสรีโครงข่ายไฟฟ้า และ ลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด พร้อมระดมทุนภาคเอกชนผ่านโครงการ Low Carbon City ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวัดผลการลดคาร์บอน เชื่อมโยงสู่ตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ย้ำการพัฒนา ศักยภาพของประชาชน เป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

ดร. สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “เศรษฐกิจสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” (Resilient Green Economy) ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและข้อจำกัดทางการคลัง 

 

ระบุว่า ในอดีต การสร้างเศรษฐกิจที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวอาจเป็นสองสิ่งที่แยกจากกัน แต่ด้วยวิกฤตด้านพลังงานที่เราเผชิญในปีนี้ ทั้งสองสิ่งนี้ได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจะช่วยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นด้วย

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสุทธิเกือบ ร้อยละ 10 ของ GDP ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนั้นภาครัฐจึงได้ปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายการคลังผ่านยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ 


1.การทำให้มีเสถียรภาพ (Stabilize)

ปรับเปลี่ยนจากการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลในวงกว้างไปสู่การช่วยเหลือแบบเฉพาะเจาะจงแก่ครัวเรือนและธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบต่อฐานะทางการคลังจากความผันผวนของราคาน้ำมัน

 

2.การเปลี่ยนผ่าน (Transition)

ใช้มาตรการจูงใจทางการคลังสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในครัวเรือน พร้อมเปิดเสรีโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อให้ประชาชนและธุรกิจขนาดเล็กเปลี่ยนบทบาทเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer)

 

3.การลงทุน (Invest)

ผ่านการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ควบคู่กับการระดมทุนภาคเอกชน เช่น โครงการ Low Carbon City ที่ร่วมมือกับธนาคารโลกและสถาบันการเงิน ในการปรับปรุงอาคาร ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ และใช้ระบบดิจิทัล (MRV) วัดผลการลดคาร์บอนเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ

 

และสิ่งสำคัญที่สุดคือ "คน" ดังนั้นการสร้างความสามารถ ให้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียว

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Envato