“Blue Origin” เผยโฉม “Power Tower” เสาโซลาร์เซลล์สูง 20 เมตรเตรียมใช้บนดวงจันทร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Blue Origin” เผยโฉม “Power Tower” เสาโซลาร์เซลล์สูง 20 เมตรเตรียมใช้บนดวงจันทร์

หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนผ่านจากการเยือนดวงจันทร์เพียงชั่วคราว ไปสู่การอยู่อาศัยและปฏิบัติภารกิจของมนุษย์ในระยะยาว คือเรื่องของการผลิตไฟฟ้า 

ล่าสุด บลู ออริจิน (Blue Origin) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำ จึงได้เปิดตัวระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ทรงสูง ที่ออกแบบมาเพื่อดักจับแสงอาทิตย์จากพื้นที่ที่มีแสงส่องถึงมากที่สุดบนดวงจันทร์ เพื่อเปลี่ยนพลังงานนั้นให้กลายเป็นโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับรองรับการทำงานในอนาคต

สรุปข่าว

บลู ออริจิน ได้เปิดตัว "Power Tower" เสาโซลาร์เซลล์สูง 20 เมตร ที่ออกแบบมาเพื่อดักจับแสงอาทิตย์บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งมีพื้นที่ได้รับแสงสว่างส่องถึงกว่า 90% ของปี ระบบนี้สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 10 กิโลวัตต์ เพื่อสร้างโครงข่ายพลังงานสำหรับรองรับการตั้งถิ่นฐานและภารกิจอวกาศระยะยาวบนดวงจันทร์ แก้ปัญหาการผลิตไฟฟ้าที่ยั่งยืนในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนผ่านจากการเยือนดวงจันทร์เพียงชั่วคราว ไปสู่การอยู่อาศัยและปฏิบัติภารกิจของมนุษย์ในระยะยาว คือเรื่องของการผลิตไฟฟ้า 

ล่าสุด บลู ออริจิน (Blue Origin) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศชั้นนำ จึงได้เปิดตัวระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ทรงสูง ที่ออกแบบมาเพื่อดักจับแสงอาทิตย์จากพื้นที่ที่มีแสงส่องถึงมากที่สุดบนดวงจันทร์ เพื่อเปลี่ยนพลังงานนั้นให้กลายเป็นโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับรองรับการทำงานในอนาคต

"Power Tower" เสาโซลาร์เซลล์สูง 20 เมตร

ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า พาวเวอร์ ทาวเวอร์ (Power Tower) เป็นแผงโซลาร์เซลล์ที่กางออกในแนวตั้ง สูงประมาณ 20 เมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 10 กิโลวัตต์ (kW) สำหรับการดำเนินงานบริเวณใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยจะติดตั้งและทำงานพร้อมกันหลาย ๆ ต้น เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าจากตัวยานลงจอด ไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ บนพื้นผิวดวงจันทร์ได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ดวงจันทร์ถือเป็นสถานที่ที่มีความยากลำบากอย่างมากในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากบริเวณขั้วของมัน ในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนบนดวงจันทร์ จะยาวนานกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์เท่า ๆ กัน ซึ่งหมายความว่าแผงโซลาร์เซลล์จะต้องจมอยู่ในความมืดโดยไม่มีแสงอาทิตย์ส่องถึงเป็นเวลานาน

ขั้วใต้ดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงสิ้นเชิง

ทว่าบริเวณขั้วใต้นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากดวงจันทร์มีการเอียงของแกนเพียงประมาณ 1.5 องศา ทำให้พระอาทิตย์ในบริเวณนั้นลอยตัวอยู่ระดับต่ำมาก สภาพภูมิประเทศโดยรอบจึงเต็มไปด้วยพื้นที่เงามืดถาวร สลับกับพื้นที่สูงที่ได้รับแสงอาทิตย์เป็นระยะ โดยบางแห่งมีแสงสว่างส่องถึงมากกว่าร้อยละ 90 ของปี ทำให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นทำเลทองสำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

พาวเวอร์ ทาวเวอร์ (Power Tower) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเก็บเกี่ยวแสงอาทิตย์จากข้อได้เปรียบนี้โดยเฉพาะ โดยจะติดตั้งชั้นบนสุดของยานลงจอด บลู มูน มาร์กวัน (Blue Moon MK1) และการยกแผงโซลาร์เซลล์ให้สูงขึ้นเหนือพื้นผิวดวงจันทร์ จะช่วยให้ระบบสามารถรับแสงอาทิตย์ที่อาจถูกภูมิประเทศรอบข้างบดบังในระดับพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลงานนี้จึงถือเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาความต้องการพื้นฐานที่สุดของการอยู่อาศัยและการทำงานบนดวงจันทร์ ซึ่งก็คือการทำให้ระบบพลังงานยังคงขับเคลื่อนต่อไปได้ แม้จะอยู่ห่างไกลจากโลกหลายแสนกิโลเมตรก็ตาม

ที่มาข้อมูล : indiatoday blueorigin.com/blue-moon/mark-1

ที่มารูปภาพ : Blue Origin