“เยอรมนี” เอาจริง ประกาศเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในปี 2045!

Share on Line Share on Facebook Share on X
“เยอรมนี” เอาจริง ประกาศเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ภายในปี 2045!

“เยอรมนี” หนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ประกาศแผนยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยตั้งเป้าหมายทยอยเปลี่ยนผ่านออกจากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินให้ได้ภายในปี 2045 ท่ามกลางการถกเถียงภายในประเทศเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


รัฐบาลเยอรมนีเผยแพร่แผนงานหรือ “โรดแมป” เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ระบุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลกำหนดเป้าหมายดังกล่าวโดยตรง ก่อนหน้านี้เยอรมนีมุ่งเน้นเพียงเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน


ภายใต้แผนดังกล่าว เยอรมนีตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบันประมาณ 55% เป็น 80% ภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมบนบกอีก 12 กิกะวัตต์ และตั้งเป้ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รวม 215 กิกะวัตต์ภายในปี 2030


สรุปข่าว

เยอรมนีประกาศโรดแมปครั้งแรก เตรียมทยอยยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ตั้งเป้าหมายภายในปี 2045 พร้อมเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 80% ของการผลิตไฟฟ้าภายในปี 2030 ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและข้อถกเถียงเกี่ยวกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล

“เยอรมนี” หนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ประกาศแผนยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยตั้งเป้าหมายทยอยเปลี่ยนผ่านออกจากการใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินให้ได้ภายในปี 2045 ท่ามกลางการถกเถียงภายในประเทศเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม


รัฐบาลเยอรมนีเผยแพร่แผนงานหรือ “โรดแมป” เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ระบุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านออกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลกำหนดเป้าหมายดังกล่าวโดยตรง ก่อนหน้านี้เยอรมนีมุ่งเน้นเพียงเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน


ภายใต้แผนดังกล่าว เยอรมนีตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบันประมาณ 55% เป็น 80% ภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมบนบกอีก 12 กิกะวัตต์ และตั้งเป้ากำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์รวม 215 กิกะวัตต์ภายในปี 2030


รัฐบาลยังยืนยันแผนลดการใช้ถ่านหินในช่วงทศวรรษหน้า และเดินหน้าเป้าหมายยุติการใช้ถ่านหินภายในปี 2038 ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้พิจารณาเร่งเป้าหมายดังกล่าวให้เร็วขึ้นเป็นปี 2035


ส่วนเรื่องของก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมาก เยอรมนีตั้งเป้าลดการปล่อยลง 30% ภายในปี 2030 ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นระดับโลกด้านการลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เยอรมนีร่วมลงนามไว้เมื่อปี 2021


แผนดังกล่าวได้รับการจับตามองจากกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม โดย แอนเดรีย ไซเบอร์ จากองค์กร 350.org มองว่า การกำหนดให้การยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นเป้าหมายนโยบายโดยตรง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลว่ากระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนียังคงสนับสนุนการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น


ขณะที่ เจนนิเฟอร์ มอร์แกน อดีตผู้แทนด้านสภาพภูมิอากาศของเยอรมนี ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านในภาคขนส่งและระบบทำความร้อนภายในอาคาร โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมเน้นว่าโรดแมปดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจำเป็นต้องมีการดำเนินงานด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ


เยอรมนีถือเป็นประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วรายที่ 3 ที่จัดทำโรดแมปสำหรับการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน ต่อจากฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ หลังการประชุมนานาชาติด้านสภาพภูมิอากาศที่ประเทศโคลอมเบียเมื่อเดือน เมษายน 2026 ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมได้ให้คำมั่นว่าจะจัดทำแผนยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นรูปธรรม


การประกาศของเยอรมนีมีขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังหารือถึงแนวทางเพิ่มความเข้มข้นในการรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ขณะที่สหประชาชาติยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เร่งดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากมาตรการที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับปัญหาโลกร้อน


ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรยังไม่ได้เผยแพร่แผนยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นทางการ โดยเตรียมรับตำแหน่งประธานกลุ่ม G20 ในเดือน ธันวาคม 2026 ซึ่งคาดว่าประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงต้นทุนพลังงานจากน้ำมันและก๊าซ จะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการหารือ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Getty Images