
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 กันยายน) พรรค Alternative for Germany (AfD) พรรคแนวคิดขวาจัดจากเยอรมนี คว้าชัยอย่างถล่มทลายในรัฐแซกโซนี-อัลฮัลต์ รัฐเล็ก ๆ ทางตะวันออกของเยอรมนี ประเทศที่มีตราบาปจากการเรืองอำนาจของนาซี และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว พวกเขาพยายามกีดกันแนวคิดแบบขวาจัดที่มักใช้คำพูดลดทอนความรุนแรงของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสร้างความหวังให้กับพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรป และสร้างความสั่นคลอนต่อเก้าอี้ผู้นำชาติยุโรปในปัจจุบัน ใครจะรู้ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป อาจเป็นฝ่ายขวาจัดที่คว้าชัย หลังจะมีความนิยมในแนวคิดขวาจัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ในปีหน้าหลายประเทศในยุโรปจะมีการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสจะเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเมษายน สเปนจะเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม ส่วนอิตาลีจะมีขึ้นในช่วงสิ้นปีหน้า ซึ่งในประเทศเหล่านี้ ผู้สมัครฝ่ายขวาจัดกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
มุจตาบา เราะห์มาน นักวิเคราะห์ด้านยุโรปจากกลุ่มยูเรเซีย กล่าวว่า “ยุโรปที่พัฒนาแล้วกำลังเผชิญกับความล้มเหลวของรัฐในรูปแบบที่ซับซ้อน รัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้”
จากปัญหาค่าครองชีพที่เกิดขึ้น ทำให้พรรค AfD ได้คะแนนเสียงมากกว่าพรรคฝ่ายกลางขวาที่เป็นรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซมากกว่าสองเท่า
สรุปข่าว
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 กันยายน) พรรค Alternative for Germany (AfD) พรรคแนวคิดขวาจัดจากเยอรมนี คว้าชัยอย่างถล่มทลายในรัฐแซกโซนี-อัลฮัลต์ รัฐเล็ก ๆ ทางตะวันออกของเยอรมนี ประเทศที่มีตราบาปจากการเรืองอำนาจของนาซี และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว พวกเขาพยายามกีดกันแนวคิดแบบขวาจัดที่มักใช้คำพูดลดทอนความรุนแรงของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสร้างความหวังให้กับพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรป และสร้างความสั่นคลอนต่อเก้าอี้ผู้นำชาติยุโรปในปัจจุบัน ใครจะรู้ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป อาจเป็นฝ่ายขวาจัดที่คว้าชัย หลังจะมีความนิยมในแนวคิดขวาจัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ในปีหน้าหลายประเทศในยุโรปจะมีการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสจะเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเมษายน สเปนจะเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม ส่วนอิตาลีจะมีขึ้นในช่วงสิ้นปีหน้า ซึ่งในประเทศเหล่านี้ ผู้สมัครฝ่ายขวาจัดกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
มุจตาบา เราะห์มาน นักวิเคราะห์ด้านยุโรปจากกลุ่มยูเรเซีย กล่าวว่า “ยุโรปที่พัฒนาแล้วกำลังเผชิญกับความล้มเหลวของรัฐในรูปแบบที่ซับซ้อน รัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ และไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้”
จากปัญหาค่าครองชีพที่เกิดขึ้น ทำให้พรรค AfD ได้คะแนนเสียงมากกว่าพรรคฝ่ายกลางขวาที่เป็นรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซมากกว่าสองเท่า
ยุโรปที่แบ่งออกเป็นสองฝั่ง
ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นความแตกแยกในยุโรปอย่างชัดเจน ระหว่างประชาชนที่มองว่าฝ่ายขวาจัดเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย กับคนจำนวนมากขึ้นที่มองว่าฝ่ายขวาจัดเป็นผู้ปกป้องประชาธิปไตย
ฝ่ายแรกเตือนว่า พรรคขวาจัดอาจทำลายระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ พร้อมทำให้ชนกลุ่มน้อยกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ขณะที่ฝ่ายหลังมองว่า ฝ่ายขวาจัดเป็นแนวป้องกันชนชั้นนำที่ไม่เข้าใจประชาชน ซึ่งทำลายอัตลักษณ์ของชาติและทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิต
จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้น พรรค AfD ดูเหมือนจะได้คะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ยังไม่แน่ว่าพรรคจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ได้หรือไม่ พรรคคู่แข่งต่างยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลผสมกับ AfD เพราะผู้นำพรรคบางคนเคยใช้ถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับนาซี
นอกจากนี้หน่วยข่าวกรองของเยอรมนีจัดให้ AfD เป็น “กลุ่มที่ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มหัวรุนแรง” ส่วนหนึ่งเนื่องจากพรรคมีแนวคิดที่มองชาวเยอรมันที่มีภูมิหลังเป็นผู้อพยพเป็นพลเมืองชั้นสอง
นี่เป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งในยุโรป เพราะการที่เยอรมนีอ่อนแอลง จากผู้นำที่ความนิยมสั่นคลอนและยังต้องแก้ปัญหาในประเทศก่อน ถือเป็นเรื่องที่ไม่ส่งผลดี และท้ายที่สุดจะบั่นทอนขีดความสามารถของยุโรปในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ
แต่หากฝรั่งเศสมีรัฐบาลฝ่ายขวาจัด จะส่งผลกระทบต่อสหภาพยุโรปอย่างรุนแรงกว่าการเลือกตั้งระดับชาติในประเทศอื่น เนื่องจากฝรั่งเศสมีขนาดเศรษฐกิจและอิทธิพลสูง มีอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งโครงการรวมยุโรป เพราะเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันกำลังจะลงจากตำแหน่งแล้ว และมารีน เลอ เปน ผู้ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากฝ่ายขวาก็กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เข้าใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด นับตั้งแต่เธอเริ่มชิงตำแหน่งเมื่อ 14 ปีก่อน
นอกจากนี้ยังอาจทำให้แนวคิดที่เรียกว่า “แนวร่วมขวางกั้นฝ่ายขวาจัด” ซึ่งพรรคกระแสหลักในฝรั่งเศสและเยอรมนีปฏิเสธที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคขวาจัด
ฟิลิปป์ มาร์ลิแอร์ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองฝรั่งเศสและยุโรปจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า ในทั้งสองประเทศ แนวร่วมต่อต้านฟาสซิสต์ที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ดูเหมือนกำลังเข้าใกล้จุดล่มสลายแล้วในยุคนี้
ในสเปน พรรคว็อกซ์ ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัด อาจแทรกตัวเข้าสู่รัฐบาลผสมชุดต่อไปได้ หลังรัฐบาลปัจจุบันที่นำโดยพรรคสังคมนิยมเผชิญกับข่าวอื้อฉาวด้านการทุจริตและวิกฤตผู้อพยพ
ส่วนในอังกฤษ พรรคแรงงานได้ปลดนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ในเดือนกรกฎาคม เพื่อฟื้นความนิยมและรับมือกับพรรค Reform U.K. ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด ที่มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกขัดจังหวะจากข่าวอื้อฉาวทางการเงินหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรคที่แข็งกร้าว ส่งผลให้รัฐบาลพรรคแรงงานภายใต้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ แอนดี เบอร์แนม มีโอกาสหายใจหายคอ
แต่พรรคฝ่ายขวาก็มีโอกาสแพ้เช่นกัน เมื่อเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน ผู้นำฝ่ายขวาจัดของฮังการี ถูกโค่นจากอำนาจหลังบริหารประเทศมานาน 16 ปี จากกระแสความไม่พอใจว่า ในปัญหาการทุจริต ไม่ใส่ใจปัญหาเศรษฐกิจ และสร้างความขัดแย้งกับสหภาพยุโรป
ส่วนนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ผู้นำพรรคประชานิยมที่มีรากฐานมาจากแนวคิดนีโอฟาสซิสต์ เป็นตัวอย่างให้กับผู้นำฝ่ายขวาจัดรายอื่น ๆ ว่าถ้าปรับท่าทีให้ประนีประนอมมากขึ้นในประเด็นต่าง ๆ เช่น สงครามในยูเครนและสหภาพยุโรป ก็จะสามารถอยู่ได้ยาว ล่าสุดเธอได้เฉลิมฉลองที่รัฐบาลของเธอกลายเป็นรัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สาธารณรัฐอิตาลี และคาดว่า เมโลนีมีโอกาสที่ดีในการรักษาตำแหน่งต่อไป ในการเลือกตั้งในช่วงปีหน้า
คนเยอรมันเสียงแตก ฝ่ายหนึ่งดีใจ อีกฝ่ายไม่เอาด้วย หวั่นขวาจัดทำประเทศกลับสู่ยุคนาซี
ชาวเยอรมันคนหนึ่งบอกว่า “เป็นเรื่องน่าเสียดายที่พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดได้รับชัยชนะ ผมคิดว่าเราน่าจะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ให้มากกว่านี้ แต่นี่คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เราจำเป็นต้องรับมือกับสถานการณ์นี้ และคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรตามมาในอนาคต" ส่วนอีกรายที่ผิดหวังกับผลการเลือกตั้งระบุว่า แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ แต่มันก็เป็นอย่างที่คาด สถานการณ์ก็เป็นเช่นนั้น
แต่ชาวเยอรมันบางส่วนก็ดีใจที่พรรค AfD คว้าชัย หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า “ตอนนี้เหลือแค่ให้พวกเขา (AfD) ชนะด้วยเสียงข้างมากแบบเกินกึ่งหนึ่ง และหวังว่า ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง จะสามารถเดินไปตามถนนคนเดียวในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องกลัว นั่นสำคัญมาก ตอนนี้ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ ฉันกลัวแม้กระทั่งที่จะไปทำงาน นี่มันไม่ดีเลย และถ้าพวกเขาได้ขึ้นมามีอำนาจ ก็เยี่ยมไปเลย” อีกคนบอกว่า เขาดีใจกับผลการเลือกตั้ง แต่ไม่คิดว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะ AfD ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง
ที่มาข้อมูล : nytimes, Reuters
ที่มารูปภาพ : Reuters
